8 พย.56
เกิดเป็นคนแสนยุ่งนักหนา วันนี้ขอบ่นอะไรหน่อยนึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับอะไรบางอย่างเหลือเกิน
ขอย้อนเล่าเรื่องนี้หน่อยครับ
ปี 45-46 ผมยังทำงานโรงงานที่สมุทรปราการ วันนั้นขับรถไปงานแต่งงาน
คนที่ 1 : ทำงานที่ไหนวะ
ผม : โรงงานแถวสมุทรปราการ อ่ะนี่นามบัตร...
คนที่ 2-3-4 : เข้ามามะรุมมะตุ้มในทันที (กลายเป็นเทพในบัลดล)
ปี 48 ตอนนั้นผมออกจากงาน(ตกงาน) เพื่อมาวัดดวงหางานใหม่และเรียนต่อ
คนที่ 1 : ทำงานที่เดิมหรือเปล่าวะ
ผม : ออกมาแล้วอ่ะ ตอนนี้ตกงานอยู่
คนที่ 1และคนอื่น : จบบทการสนทนาทันที (กลายเป็นหมาหัวเน่า)
ปี 49 ผมเข้ามาทำงานที่ธนาคารแล้ว แต่อยากลองดูน้ำใจคน ลองเปลี่ยนคำตอบดูซิว่าจะเป็นอย่างไร
คนที่ 1 : เป็นไงมั่ง หางานทำได้หรือยังวะ?
ผม : ทำแล้ว บริษัทเล็กๆแถวซอยอารีย์อ่ะ
คนที่ 1 : ก็ดีแล้วจะได้ไม่เป็นภาระพ่อแม่ (-_-)"
ปี 51-52 สมัยที่ผมยังทำงานอยู่แถวซอยอารีย์ บทสนทนาหนึ่งซึ่งเกิดกับตัวผมเอง
กริ๊งงงงงงงงงง (เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น)
ผม : สวัสดีครับ
ปลายสาย : ที่ธนาคารเมิงเค้าให้คนนอกเอารถเข้าไปจอดได้มั้ย?
ผม : เอ้อ ไม่ได้นะ เค้าให้สิทธิเฉพาะคนในตึกจอดได้อย่างเดียว
ปลายสาย : งั้นใช้สิทธิืมึงจองได้มั้ย?
ผม : เฮ้ยยย จองอ่ะได้แต่เค้าต้องจับสลากนะ ไม่ใช่ว่าจองแล้ววจะได้จอดเลยทุกคน
ปลายสาย : ตรู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผม : นึกในใจ.......ไอ้เวร
เหตุการณ์ต่อมา ผมไปเจอคนกลุ่มเดิม บทสนทนาวายวอดเริ่มต้นอีกครั้ง
คนที่ 1 : งานที่กรูทำจะหมดสัญญาปลายปีว่ะ กรูอยากทำฝ่ายกฎหมายที่ธนาคารมึง ช่วยฝากกรูหน่อยซิ
ผม : แล้วอยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ?
คนที่ 1 : ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย
ผม : (นึกในใจ.....มึงคิดว่ามึงจบฮาวาร์ด หรือ เบิร์คลี่ย์มาหรือไง) แล้วอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ล่ะ?
คนที่ 1 : กรูไม่หวังมากขอแค่ 60,000 พอ
คนที่ 2-3-4-5 : เฮ้ยมึงก็ช่วยเพื่อนแค่นี้จะ้เป็นไรไปวะ 555
ผม : หึหึหึ................(นึกในใจพ่องเมิงดิ่)
เหตุการณ์ต่้อมา เหมือนเหตุการณ์ที่แล้วไม่มีผิด
คนที่ 1 : กรูไปสมัครที่ธนาคารมึงผ่านเวปไซด์แล้ว ไม่เ้ห็นเค้าเรียกกรูเลย
ผม : มึงกรอกว่าไงมั่ง
คนที่ 1 : กรูขอไปนิดเดียวเอง ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย , เงินเดือน 70,000 , ค่าน้ำมันรถ ,
รถประจำตำแหน่ง ,Smartphoneพร้อมค่้าโทรศัพท์ , ค่าตำแหน่งอีก 15,0000 ฯลฯ
คนที่ 2-3-4 : มึงไม่้รู้จักกับคนในฝ่ายกฎหมายเหรอ ฝากเพื่อนหน่อยซิวะ
ผม : หึหึหึ................(นึกในใจ ไอ้ฟราย !!!)
เดือนที่แล้ว มีอะไรงี่เง่าเข้ามาให้รกสมองต่อ
ติ๊งต่องงง (เสียงLine ดังจากโทรศัพท์มือถือ)
คนนั้น : ที่ดินของพ่อตาแม่ยายมึงเค้าจะขายมั้ยวะ?
ผม : มีอะไร?
คนนั้น : รถไฟฟ้ามันจะตัดผ่านเส้นนั้นพอดี กรูไปที่กรมที่ดิน ที่พ่อตาแม่ยายมึงจะอยู่ติดรถไฟฟ้าพอดี
ทำเลสวยเลย
ผม : แล้วไง?
คนนั้น : กรูอยากจะซื้อแล้วไปทำคอนโดว่ะ เดี๋ยวกรูแบ่งเปอร์เซ็นให้
ผม : อย่าให้กรูยุ่งเลย เรื่องสมบัติของเค้ากรูไม่อยากยุ่ง
คนนั้น : เฮ้ยยย ต่อไปมึงสบายแล้วนะ เดี๋ยวก็ตกเป็นของมึงแล้ว
ผม : ก็อย่างที่บอก ของทางโน้นกรูไม่ยุ่ง มันไม่ใช่ของๆเรา อย่าไปยุ่งดีกว่า
คนนั้น : ไม่ตอบกลับมาอีกเลย
นี่เป็นเพียงเหตุการณ์ส่วนนึงเท่านั้น ล่าสุด ได้ยินคำบอกกล่าวจากคนๆนึงเล่าให้ฟังว่า คนนึงในกลุ่มนี้จะเลิกคบผมเพราะผมไม่สนองความต้องการของมันได้??? (ตกลงผมเป็นขี้ข้าพวกมันไช่มั้ย?) ที่ผ่านมาผมก็อยู่ตัวคนเดียวมาหลายสิบปี ไม่เคยมีใครคิดจะติดต่อมา ผมก็อยู่ของผมได้กับสังคมใหม่ๆมาตลอด
เอาเรื่องนี้มาปรึกษาป้าที่บ้าน และรุ่นพี่คนนึง ให้คำแนะนำเหมือนกันว่า จะไปแคร์มันทำไม เราทำตัวเราให้ดีที่สุด ชีวิตใครชีวิตมัน เราไม่ได้ขอใครกิน แค่นี้ก็พอแล้ว |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น