วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

เที่ยวญี่ปุ่น 2016 ภาค 1


แรกเริ่มเดิมทีวางแผนว่าจะไปประเทศนึงในซีกตะวันตกของโลก อาๆของผมล่วงหน้าไปกันก่อนละและส่งซิกให้เราตามไป แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง(เอาตรงๆว่าไม่มีเงินมากพอว่างั้น + ผมลายาวๆไม่ได้) จึงต้องพับโครงการทัวร์หมาแหงนอิน...ไป เก็บเงินไว้รอปีหน้าอีกที

กลับมาที่การเดินทางครั้งนี้ เราเลยมาวางแผนงานกันใหม่ หาโรงแรมพร้อมกับตั๋วเครื่องบินไปด้วย โรงแรมจองกันเป็นสิบรอบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มีอันนึงที่จองผ่าน Air Asia Go ต้องจ่ายเงินไปก่อน ก็ต้องมาทำเรื่องขอเวฟคืนเงินอีก จนสุดท้ายมาจบที่เรียวกังแห่งนึงย่าน Iriya ถามว่าราคาโอมั้ย? น่าจะแพงสุดตั้งแต่มาเที่ยวที่นี่ครับ อาหารเช้าไม่มีต้องจ่ายเพิ่มอีก เดินทางโดย Subway สำหรับคนชอบนั่งรถไฟใต้ดิน ไอ้เรามาแต่สาย jr เลยมีงงๆ แต่ที่บ้านแฮปปี้ก็จบ...นะ

10 เมษายน 
18.00 ออกจากบ้านแต่หัววัน กลัวรถติดครับ เรียกแท็กซี่หลายคันกว่าจะไป ขึ้นดอนเมืองโทเวย์กันเลยทีเดียว มาถึงสนามบิน 19.00 ไวปรื๊ดดดด ดีที่เรากินข้าวรองท้องกันมาแล้ว ประหยัดเงินไปหลายบาท มาถึงเคาเตอร์เค้ายังไม่เปิดให้ Check in ก็ออกมานั่งรอก่อน 

























20.50 เคาเตอร์เริ่มทยอยให้ Check in แถวยาวเหยียด มีทัวร์ของควอลิตี้ทัวร์มาเต็มลำครับ รอประมาณ 40 นาทีก็ถึงคิวเรา น้ำหนักกระเป๋าซื้อไว้ 20 กก.ชั่งได้ 15.8 กก.เหลือๆครับ 


จากนั้น เข้าด่านตม.ผ่านฉลุย แวะซื้อเบอร์เกอร์กับน้ำเปล่าที่ร้านแมคในดิวตี้ฟรีให้เป้ 150 บาทไปนั่งรอหน้า Gate 12 พักใหญ่จนเวลา 22.20 ก็ไม่มีสัญญาณว่าเครื่องจะออก สักพักคนแห่กันไป Gate 14 ข้างๆมีการสลับประตูออกกัน เราก็เฮตามๆไป จนได้เวลา 


00.18 เครื่องออก เลทจากเวลาจริงครึ่งชม. เป้กับเจี๊ยบนั่งด้วยกัน ผมโดนแยกไปนั่งกับลุงอีกคน ซึ่งแกนั่งตดทั้งคืน แม่มเหม็นสุดๆ แถมขยับตัวตลอด เป็นค่ำคืนที่โหดร้ายมาก

11 เมษายน 
07.30 เครื่องมาถึงก่อนเวลาจริงพอควร จากที่เดิมมีทัวร์ไทยบนเครื่องเยอะอยู่แล้ว ไม่ถึง 10 นาทีมาอีกลำครับ ทัวร์จีน ทีนี้คิวเลยยาวกว่าเก่า รอเกือบๆ 2 ชั่วโมงกว่าจะหลุดมาได้ 

ได้กระเป๋าปุ๊บก็ลากกระเป๋าออกมาด้านหน้า เริ่มเหว๋อๆ เข้าเมืองยังไง เลยเดินไปถาม Customer Center เค้าก็ชี้ทางสว่างให้เรา ต้องลงไปอีกชั้น ลงไปปุ๊บ เจอป้ายบอกทางกำลังจะตรงดิ่งไป เจ้าหมูดำบอกหิวแล้ว หันไปทางขวาเจอ 7-11 เลยแวะหน่อย เข้าไปเลือกกับหมูดำได้โอเด้ง กับนมตราจรวดของโปรด มา รองท้องได้พักนึง 




จากนั้นเข้ามาด้านในสถานี Narita เจอบู๊ท Keisei ตรงเข้าไปถาม เราจะซื้อแบบแพคเกจ เค้าก็ให้เราไปซื้ออีกจุด จองเรียบร้อย ตั๋วไปกลับ + subway 1 วัน ขาไปคือระบุวันเวลาที่นั่งเสร็จสรรพ ส่วนขากลับเค้าตีเป็นตีเปล่า วันกลับต้องไปขึ้นตั๋วอีกทีครับ






รอ keisei อีก 40 นาที ยืนรอไปถ่ายรูปไป ใช้ประสบการณ์จากการนั่ง Nex ดูจะไม่ต่างกัน รถนั่งสบาย มีที่วางกระเป๋าเสร็จสรรพ 46 นาทีก็ถึง Ueno พอถึงก็ใช้สายตาสแกนหาป้ายบอกทาง เดินตามป้ายไปเรื่อยๆก็เจอทางไป Subway ครับ นั่งมาลง Iriya ไม่ถึง 2 นาทีเป๊ะ อ่านโพยเค้าให้ออกประตู 4 เจอบันไดเลื่อนสเตปแรกโอเค พอสเตปสองเป็นบันไดตายครับ กระเป๋าใบมันใหญ่ลากขึ้นบันไดแบบทุลักทุเล พอออกมาแล้วเริ่มงงทิศไปยังไงวะ? เจออีป้าคนนึง เลยเข้าไปถามทาง ป้าทำท่างงๆ แต่ด้วยสปิริตเลยพาเราเดินไปรร. เดินไปก็คุยกันตลอดทาง แต่เหมือนป้าจะไม่รู้ทางจริงๆ พาเราเดินอ้อมโลกร่วมชั่วโมงได้ แหม่

11.20 เข้าไป Check in นี่โรงแรม จริงๆต้องเรียกว่าเรียวกังถึงจะถูก เราเข้าไปแลกบอกว่าจองไว้ตามใบนี้ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากๆ เค้าก็บอกว่ายัง check in ไม่ได้ต้องบ่าย 3 แนะนำให้ฝากกระเป๋าไว้ ทางเรียวกังจะเอากระเป๋าไปเก็บไว้ให้เอง เชิญไปเที่ยวได้ตามสบาย และถามว่าเราจะไปไหน ผมเลยบอก Asakusa ออกมาเริ่มงงว่า ไปทางไหนวะ? ด้วยความเคยชินเดินออกทางซ้ายมือ แต่ยิ่งเดินยิ่งงงไปไกลเรื่อยๆ สุดท้ายถามทางคนแถวนั้นเค้าก็ให้เราเดินตามถนนใหญ่ไป จนเจอสถานี














































ลงสถานีไปใช้บัตร 1 day pass ที่มี จุดหมายคือ ไปไหว้พระที่ Asakusa แล้วเลยไป Tokyo Sky tree จะไปไหว้พระก่อน ด้วยความที่ไม่ได้ดูแต่แรกว่ายืนฝั่งนี้จะไปไหนรถมาก็เข้าไปเฉยครับ นั่งไป 2 สถานีเริ่มเอะใจทำไมไม่ถึง Ueno ซักทีเลยมาดูป้ายในโบกี้ อ้าวนั่งผิดฝั่งนี่หว่า เลยต้องออกป้ายหน้าแล้วข้ามฝั่งมาขึ้น ต่อรถที่ Ueno อีกต่อนึง

12.30 ถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อย เดินตามทางไปเรื่อยๆตั้งใจจะกินราเม็งข้อสอบ เดินหาอยู่พักใหญ่หาทิศไม่เจอเดินตามโพยทุกอย่างแต่หาร้านไม่เจอ เสียเวลาไปร่วมครึ่งชม. และตัดสินใจเอาร้านไหนก็ได้ เดินมาตรงข้าม Ueno Park ก็เหลือบไปเห็นป้ายรถ Ootoya เลยไปฝากท้องที่นั่น ร้านเงียบดีครับ พนักงานเอาใจใส่เราดีมาก โต๊ะข้างๆเป็นคนไทยนั่งมองเรากินเฉย หมูดำสั่งอุด้งร้อน เจี๊ยบสั่งปลาย่าง ผมสั่งโซบะเย็นกับข้าวหน้าปลามากุโระเล็ก หมดมื้อนี้ไป 2,998 Y
 แท่งดำๆนั่นใช้กดเรียกพนักงานครับ เจ้าหมูดำด้วยความอยากรู้กดซะเลย !!!






ข้ามถนนมาที่ UENO PARK ซากุระส่วนมากร่วงหมดแล้ว เหลือไม่กี่ต้นเอง เราจัดแจงถ่ายรูปเสร็จก็แยกตัวออกมา





















13.30 ไปอาซากุสะ ไม่ถึง 2 นาทีก็ถึงครับ 


เดินมาเรื่อยๆไอ้นั่นก็น่ากิน ไอ้นี่ก็น่าซื้อ ได้ปังเมล่อนมาชิมอันนึง













ไม่นานก็ถึงวัดเซ็นโซจิ 
เมื่อปี 2008 มาเจอลิงตัวนี้ ดีใจที่มาเจอกันอีกครั้งครับ





































ไหว้พระเสร็จ เดินออกมา ตัดประเด็นเรื่องซื้อของหน้าวัดเพราะราคาแพง และมีแต่ขนมโบราณเราคงไม่กินของพวกนี้แน่ๆ ออกมาจะหาร้านซูชิหมุน กับข้าวหน้าปลาไหล แต่ไปทางไหนฟะ  เลยเดินย้อนกลับไปที่สถานีแล้วไปต่อดีกว่า หมูดำไม่ยอมไป Tokyo skytree เลยเปลี่ยนแผนจะไปเดินตลาดอะเมโยโกะก่อน ระหว่างนั้นผมดันปวดท้องขึ้นมา ต้องหาห้องน้ำเข้า เลยไปเจอห้าง Matsuya อยู่ตรงข้ามสถานี ข้ามถนนกันไป เจอชั้นใต้ดินมีห้องน้ำรีบเดินจ้ำไป มี 2 ห้องเต็มทั้งคู่ หน้าห้องมีผู้ชายญี่ปุ่นคนนึงสีหน้าไม่ค่อยดียืนอยู่ คงรู้สึกเหมือนผมแน่ๆ เดินวนๆ 3 วิ ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เจอเจี๊ยบหน้าร้านขนมเลยบอกว่าขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนด้วยกันดีกว่าจะได้ไม่หลง มาชั้นอาหารมีห้องน้ำพอดี มีเก้าอี้นั่งรอด้วย สองคนนั้นนั่งรอตรงนั้น ส่วนผมวิ่งไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำสะอาดมากแถมเงียบสุดๆ เสร็จแล้วเห็นมีชั้นบนสุดเขียวว่า R ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยขึ้นไป เป็นดาดฟ้าครับ เราเลยถ่ายรูปไปหลายแชะ








15.00 กลับมาที่ Ueno อีกที ตรงไปตลาดอะเมโยโกะ เจี๊ยบดูสนใจกระเป๋า Anello เป็นพิเศษ ส่วนผมไปเจอร้านขายกระเป๋าร้านนึงจับจ้องอยู่นาน แต่สุดท้ายไม่เอากะไปซื้อที่ Tokyu Hands ดีกว่า  ซักพักหิวเลยซื้อเมล่อนกินกับสตอเบอรี่แล้วแวะกินทาโกะยากิ จากนั้นมาที่ร้าน Uniqlo กันเดินอยู่นานจนมืด 







19.00 ขึ้นรถตรงสถานี NAKA-OKACHIMACHI ติด Uniqlo กลับมาที่รร.


21.00 ออกจากสถานีใช่ว่าจะจำทางกลับได้ หลงอีกละครับ ด้วยความเย็น 10 องศาเดินไปหนาวไป ลมแรงเย็นหัวมาก ข้ามถนนมาซื้อหมูทอดร้าน Saboten กลับมากินที่ห้อง ผมซื้อชุดใหญ่สุด ระหว่างนั้นมีคนญี่ปุ่นยืนต่อคิวซื้อเหมือนกัน พอผมสั่งเซ็ทใหญ่เค้าหันมามองผมกันหมด เราก็งง เกิดอะไรขึ้น? เลยสังเกตเค้าเลยรู้ว่า คนที่นี่เค้าประหยัดกันมาก สั่งแค่ข้าวเปล่ากับหมูชิ้นเล็กๆกันหมด เพราะค่าครองชีพมันแพงมาก จากนั้นเดินคลำทางอยู่นาน แวะร้าน Minishop ซื้อไอติมกูลิโกะ แล้วเดินต่อจนเจอ เข้ามาในเรียวกังจัดแจงจ่ายค่าที่พักเรียบร้อย เจ้าหน้าที่พาเรามาที่ห้อง เป็นห้องพักแบบญี่ปุ่นโบราณ นอนฟูก บนเสื่อทาทามิอีกที ถือว่าโอเคครับ จัดแจงกินข้าว เก็บของอะไรกว่าจะได้นอนเกือบๆ 5 ทุ่มครึ่งได้





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น