วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

Coco Ishibanya@Central Rama III

2 เมษายน 54
ช่วงเช้าจัดแจงไปเซ็นทรัลพระราม 3 เอาแอมป์เฟนเดอร์ตัวเก่าไปฝากขายที่ร้านพี่คม หลังจากร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกือบๆ 4 ปีเต็ม คุยกับพี่คมพักใหญ่ แกหันไปเอาดีทางอูคูเลเล่ซะแล้ว(ฮา) ก็อย่างว่า ตลาดมันกำลังโต คงต้องตามกระแสไป(นะ)

เสร็จแล้วผมเดินหาร้านขายเกมส์คอมปรากฎว่าทั้งห้างไม่มี(อีกแล้ว) แล้วกรูจะไปซื้อแผ่นเกมส์ลิขสิทธิ์ได้ที่ไหนวะ? เดินไปเดินมาเริ่มหิว หาอะไรกินดีกว่า แต่ก็ไม่รู้จะกินไรดี มีแต่ร้านบุฟเฟ่ต์แต่ใจอยากกินอะไรเบาๆมากกว่า เดินวนอยู่ชั่วโมงสรุปว่ากินแกงกะหรี่ดีกว่า คราวก่อนผมรู้สึกดีกับร้านโคโค่มาก มาคราวนี้ขอซ้ำรอยเดิม

สั่งน้ำเปล่ามาขวดละ 20 บาท แพงอิ๋บอ๋าย

ช้อนหนักพิกล

สั่งหมูชาบูเพิ่มชีส เผ็ดระดับ 4 มา สุดยอดดดดดด

หมดละ อร่อยมากกกกก

Tohkai Buffet@Prasanmith Plaza


เสาร์ที่ 30 เมษายน 2554 มีภารกิจต้องไปหลายๆที่ ทั้งโลตัสเพื่อซื้อชุดนักเรียน ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่อโศก ไปรับเงินค่าขายแอมป์ที่เซ็นทรัลพระราม 3 และไปซื้อสายเครื่องเสียงที่ถนนตก ก็เหนื่อยโฮกๆ

ตัดมาเรื่องร้านอาหาร วันนี้เราอาศัยรถไฟฟ้าจากสถานีสนามกีฬาไปลงอโศก ตอนออกมาจากโลตัส พระราม 1 ก็ขี้เกียจเดินละแดดร้อน นั่งตุ๊กๆไป 2 ป้ายรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า 15 นาทีก็ถึง แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยไปร้านนี้เลยอาศัยนั่งรถเมล์ฟรีไปแล้วต่อแท็กซี่อีกที แต่ที่ไหนได้ร้านมันใกล้มากๆข้ามถนนก็เจอ 555

ร้านชื่อ tohkai อยู่ในประสานมิตรพลาซ่า มีตามสั่งและบุฟเฟ่ต์ เครื่องดื่มไม่รวมนะครับ แต่มีรีฟิวให้ ถ้าบุฟเฟ่ต์ก็ 480 ไม่รวมvatอีก 10%

จานแรกคือยำสาหร่าย ก็มาตรฐานปกติ แต่...ไม่ชอบที่เค้าใส่แตงกวามาด้วย

ซูชิแซลมอน ปลาสดมาก และสาหร่ายกรอบ ใหม่มากๆ :D

ซูชิรวม หน้าตาดีมากๆ รสชาดก็ดี กินแล้วน้ำตาแทบไหล ^^

ซูชิเท็มปุระ กินมากๆเลี่ยนเหมือนกัน

เท็มปุระ ใช้ได้ครับ

ซีฟู้ดเทปันยากิ หอมเนยมากๆ

ปลาดิบจานเล็ก ปลาสดดีแท้

ข้าวปั้น กินไปๆเริ่มรู้สึกว่าร้านเค้าอัดข้าวแน่นไปหน่อยอ่ะ


จานสุดท้ายเท็มปุระรวม มีฟักทอง ข้าวโพดด้วย

จริงๆมีมากกว่านี้นะครับ แต่ผมทำเวลาเพราะเค้าให้กินไม่เกิน 2 ชั่วโมง วันนั้นแทบคลานออกไป อิ่มและอร่อยมากๆ ^^

อุปกรณ์บางอย่างที่สามารถนำมาใช้กับงานดนตรีได้ :D

ความเดิม หลังจากที่ผมได้ถอยแอมป์ใหม่เมื่อเดือนมีนาฯ มีประเด็นนึงซึ่งเกิดขึ้นในหัวผมระหว่างวันที่ไปรับแอมป์ คือ ที่ร้านเค้ามีสายไฟเส้นนึงเป็นแบบ 3 ขาไว้สำหรับลองให้ลูกค้าแบบถูกๆ ซึ่งต่างจากที่โรงงานแถมมาให้ คือเป็นเหมือนปลั๊กคอมทั่วไป มี 2 ขา ผมขอลองปลั๊ก 3 ขาของที่ร้าน ก็พบความแตกต่างทีสัมผัสได้คือ เสียงเงียบขึ้น(คงเพราะระบบกราวน์ทำงานได้เต็มที่) กลับมาบ้านก็คิดว่า...คงใช้สายที่แถมมาให้ไปก่อน มีเวลาก็จะหาพวกสายไฟที่มีปลั๊ก 3 ขามาใช้มั่ง...

ในรูปนี่คือสายที่โรงงานแถมมาให้ครับ แบบที่ใช้กันทั่วไป

ไปดูๆตามเวปผู้ผลิตแอมป์หรือสาย cable ก็มีหลายยี่ห้อเหมือนกันที่มีสาย ac power ขายด้วย แต่....ไม่มีร้านขายเครื่องดนตรีเจ้าไหนสั่งมาขาย(เวรกรรม) แล้วทำไงล่ะทีนี้????

จากรูป : สังเกตปลั๊กฝั่งนี้นะครับ มี 3 รู ซึ่งสำคัญมากๆ สำคัญยังไงมาดูตอนท้ายๆ

ทีนี้ผมได้ไปเห็นรูปบอร์ดท่านนึงในเฟซบุ๊ค ซึ่งตัว power ที่ใช้เลี้ยงแอมป์เค้าใช้สาย ac power ของเครื่องเสียง ก็เลยเกิดวุฒิปัญญาว่าถ้าเราจะลองแบบนั้นบ้างก็ไม่ผิดนี่หว่า???

ขออนุญาตเจ้าของบอร์ดหน่อยนะครับ สังเกตสายที่เข้า power เป็นสายเครื่องเสียงยี่ห้อนึง

จากนั้นผมก็อัปเปหิตัวเองไปในวงการเครื่องเสียงเพื่อเก็บข้อมูลพักนึงก็พบว่า...สายไฟนี่ล่ะมีผลต่อระดับเสียงพอสมควร(จริงๆมีผลทุกจุดนะครับ) สายไฟแต่ละเกรดแต่ละขนาดนำกระแสไฟไม่เหมือนกัน สายไฟแต่ละเส้นควรประกอบด้วยอะไรบ้าง? หัวและท้ายรวมถึงการบักกรีก็มีผลเหมือนสายแจ็คกีตาร์ที่เราใช้กันเลย และราคามีตั้งแต่ไม่กีร้อยยันหลักแสน!!!

นี่ตัวอย่างเส้นแรกครับ ราคา 40,000 แม่จ้าววววว


เวปเครื่องเสียงเวปแรกๆที่คนหัดเล่นเครื่องเสียงคือ หนุ่มไฮไฟ ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มลองเข้าไปดูนะครับ ^^

นี่อีกรุ่นนึง 20,000 กว่า แพงกว่าแอมป์อีก T__T

ผมดูราคาในเวปหลายวันก็ไม่ไหวอ่ะ(แพงโคตรๆ) ก็มีวันนึงเพื่อนที่เล่นเครื่องเสียงเหมือนกันวานผมไปซื้อสาย opticalที่บ้านหม้อ แล้วก็เหมือนโลกทัศน์ใหม่ๆก็มาเยือนผมอีกครั้ง อุปกรณ์เครื่องเสียงที่นี่มีทุกเกรดจริงๆ ผมได้คุยกับเจ้าของร้านซึ่งเค้าได้แนะนำสายไฟของคนไทยยี่ห้อนึง ซึงน่าจะเหมาะกับงานดนตรีได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงเลย

เอาสายไฟเทพมาให้ดูอีกเส้นครับ 40,000เหมือนกัน จ๊ากกกกก

เข้าไปศึกษาข้อมูลยี่ห้อนี้ก็ประทับใจหลายๆอย่าง ทั้งการให้ข้อมูลสินค้า การรับประกันซึ่งเค้าย้ำเสมอว่า หลังจากซื้อไปแล้วไม่พอใจยินดีคืนเงินใน 7 วัน และรับประกันตลอดชีพ สามารถเทิร์นเป็นรุ่นแพงกว่าได้ และมีตัวแทนทั่วมุมเมือง ^^

ของเจ้านี้เค้ามีสายไฟอยู่ 3 เกรด 3 รุ่น คือ
1.power 0 เป็นสายรุ่นtopสุด เค้าบอกว่าไปฟัดกับสายเส้นละหมื่นของนอกได้สบาย แต่ราคาแค่ 7,500 (แค่ราคาผมก็ถอยละ) รุ่นนี้สายหนามากๆ
2.power 1 รุ่นรองลงมา ราคา 3,000กว่าๆ ให้คาแร็คเตอร์ทุ้มนุ่ม นวลหนา
3.power 2 รุ่นเล็ก ราคาแค่ 2,000 ให้คาแร็คเตอร์ทะลุทะลวง คม พุ่ง และชัดเจนทุกรายละเอียด

ข้อสงสัยที่ว่าใช้กับแอมป์กีตาร์ได้มั๊ย?
จากการเช็คในเวปฝรั่งหลายๆเจ้าก็พบว่าพวกฝรั่งนี้ล่ะใช้สายไฟเครื่องเสียงกับแอมป์ รวมถึง analysis+ก็ใช้สายไฟของเค้ากับแอมป์เวลาไปworkshopต่างๆ ก็ไม่น่าจะผิดการใช้งานแต่อย่างใด

มาถึงเรื่องกำลังไฟ? สายไฟแต่ละเส้นจ่ายไฟไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยจะเพียงพอไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิแอมป์ เส้นที่ผมซื้อมาจ่ายได้ 1,500 มิลลิแอมป์ ซึ่งแอมป์ผมกินไฟแค่ 150 มิลลิแอมป์เท่านั้น เหลือๆคับ

สายไฟหลายๆเส้นมักจะใช้งานภาพและเสียงด้วย ฉะนั้นควรศึกษากับผู้ขายเพื่อให้แน่ใจก่อนซื้อนะครับ มีข้อสังเกตที่บอกตอนต้นคือ สายไฟด้านท้ายมักจะมี 2 แบบคือ ท้าย 2 รูและ 3 รู ซึ่งควรดูแอมป์ที่บ้านก่อนว่าเป็นแบบไหนด้วย

หลังจากเก็บข้อมูลได้ที่แล้ว ผมก็ไปสอยเจ้านี่มา เป็นรุ่นเล็กสุดของเค้า ก็ซื้อมาลองก่อน ไม่พอใจก็คืน(ตามที่โฆษณา) แต่ตอนนี้คงไม่คืนละ 555 และในอนาคตคิดว่าจะซื้อเพิ่มเพื่อมาใช้กับทีวีที่ว่าจะซื้อใหม่ด้วย ^^

ด้านหลังครับ ออกแบบกล่องได้ดีมากๆ สายเค้าชีลมาระดับนึง ถ้ารุ่นแพงๆจะหนาแน่นกว่านี้อีก

ทำในไทยครับ แต่ขายทั่วโลก




เปิดกล่องซักที...

สายยาว 1.5 เมตรครับ(ตามที่ขายทั่วไป) ถ้ายาวกว่านั้นต้องสั่งเพิ่ม

สายทักแบบหนังงู สวยงามมมม


หัวแบบ 3 ขานะครับ





เมื่อวานเพิ่งได้ลองเทสต์คับ แต่เผอิญสายแจ็คผมเหลือเส้นเดียว แถมเป็นป๋าจ๊อดอีก ลองกับกีตาร์ไม่ได้ เลยต้องใช้คีย์บอร์ดเทสต์แทน

สอบถามคนขาย เค้าแนะนำให้เบิร์นสายอย่างน้อย 50 ชั่วโมงติดต่อกัน แต่...ใครมันจะเสียบแอมป์หลอดทิ้งไว้ 50 ชั่วโมงวะ ก็ต้องอาศัยเล่นเยอะๆเข้าไว้

ผลการทดลองวันแรก เล่นได้สองชั่วโมง ผมได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่เคยได้ยิน และบางอย่างหายไป
1.เสียงสกปรกและน๊อยซ์ต่างๆเงียบหายไป ผลมาจากการเติมระบบกราวน์ไฟที่ทำงานเต็มที่ กรณีสายที่แถมมาผมเคยต่อขาที่ 3 ซึ่งมันก็เงียบแต่ยังสกปรกอยู่ดี

2.ด้วยความที่สายมันเกรดดีขึ้น ผมได้ยินเสียงบางอย่างที่ตลอดเวลาการเล่นไม่เคยได้ยินคือ หางเสียงของตัวโน๊ตที่ไวและชัดมาก เสียงดูพุ่งทะลุทะลวงขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้น หนาเป็นลูกๆ ซึ่งเหมาะแล้วที่เค้าใช้ในงานเครื่องเสียงกัน กรณีสายยี่ห้ออื่นๆคงทำได้ดีกว่านี้อีก

สำหรับใครที่เบี้ยน้อยหอยน้อยแนะนำให้หาปลั๊กรางแบบคำตอบที่ 13 มาใช้ก่อนครับ เป็นการเริ่มต้นที่ดี ส่วนใครอยากลองอะไรใหม่ๆแนะนำสายไฟแบบประกอบเอง แต่ท่านอาจจะต้องหาข้อมูลเยอะหน่อย แต่ถ้างบเยอะลองดูครับ ^^

ถามว่าจำเป็นมั๊ย? อาจจะไม่สำคัญสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับผม ถ้าคุณใช้แอมป์ที่ดีขึ้นมา ที่บ้านทำระบบสายกราวน์แต่ใช้งานได้ไม่เต็มที่ หรือมีเสียงไม่พึงประสงค์แถมมาด้วย คงหงุดหงิดน่าดู ยอมลงทุนซักนิดดีกว่าครับ กรณีคุณเบื่อยังสามารถเอาไปใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆในบ้านได้อีก ขอบคุณครับ

ร้านกินเส้น