วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

6 พ.ย.-Mustafa พาสยอง


ในเมื่อไปChina Townแล้วไม่ได้อะไร เราก็ไปลงที่สถานีFerrer Park 

เดินขึ้นมาตกใจนิดหน่อย ทำไมมันโทรมแบบนี้วะ? - -"

เค้าใช้กำแพงที่นี่เป้นที่แสดงผลงานศิลปะ เออแปลกดีๆ ไม่ต้องเช่าโรงแรม ไม่ต้องเช่าแกลลอรี่



ออกมางงเล็กน้อย ไม่มีป้ายบอกทางอะไรเลย เอาไงดี???

เดินตามฝูงชนไปก่อนดีที่สุด





เริ่มมีเค้าละ ตามไปๆ

แขกเริ่มเยอะ ใกล้ดินแดนภารตะแล้ว....

เจอละ...

ห้างนี้เปิด 24 ชม.ครับมาตอนไหนก็ได้ แน่นตลอด ก่อนเข้าไปเค้าจะมีสายรัดกระเป๋าถือ หรือเป้ของเราเพื่อกันการขโมยของ

เข้าไปจะตระการตากับของนานาๆชนิดและราคาที่โคตรถูกจริงๆ ผมตรงไปดูที่น้ำหอมก่อนเลย ระหว่างที่เลือกอยู่ก็เหมือนว่าแกงจืดหม้อไฟเมื่อเช้าทำพิษเข้าให้ พยายามจะอั้นก็เหมือนจะไม่ไหวละ เลยต้องเดินหาห้องน้ำ ถามเจี๊ยบว่ามีทิชชู่ติดมามั้ย? ปรากฎไม่มีก็..เอาวะ ไปหาเอาดาบหน้าละกัน

ในชั้นเดียวกันเดินเลยไปก็ยังไม่เจอห้องน้ำ ไอ้อึ๊ก็จะออกมาท่าเดียว เลยต้องถามคนขาย เค้าก็บอกว่าอยู่ตรงที่ขายน้ำหอมนั่นล่ะ อ้าว....ใกล้ๆแค่นี้เอง  เดินไปห้องน้ำมี 4 ห้องว่างทุกห้องครับ แต่......

เข้าไปห้องแรกปิดประตู ห้องน้ำพื้นแฉะมาก ทำไม??? ลองกดน้ำ น้ำไม่ไหลอีก (- -") กลอนประตูล็อคไม่ได้ เลยออกมาดูห้องที่เหลือ พื้นแฉะทุกห้องแถมเหม็นฉี่ แม่ง...ฉี่ลงพื้นนี่หว่า เอาไงดี???

อึจะราดแล้วต้องทำอะไรซักอย่าง เลยเข้ามันห้องที่2 ละ กลอนล็อคได้...โอเค พอจะนั่งบนฝาชักโครก ได้กลิ้นตุๆ....อ้อ ขี้ติด(เวร...........) เลยต้องนั่งยองๆบนโถ พอนั่งปุ๊บฉี่มันก็ไปเปื้อนพื้นดิ่(สาเหตุพื้นแฉะคงมาจากไอ้นี่) ระหว่างทำธุระก็ลองกดชักโครก...น้ำไม่ออก(ตายยยยยย)  ช่างมัน

ปัญหาคือ...ฝักบัวไม่มี ทิชชู่ก็ไม่มี เอาไรเช็ดก้นครับพี่น้อง? แว๊ปแรกที่นึกคือ จะสละผ้าเช็ดหน้าดีมั้ย? แต่...วันนี้แดดร้อน ถ้าไม่มีผ้าเช็ดหน้าคงไม่ไหวแน่ๆ สุดท้ายนึกถึงโพยซื้อของ(กระดาษ A4) ก็เอาวะ ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉีกออกมาปาดก้นเข้าให้ อูยยยย...บาดตูดดีแท้

เดินออกมาด้วยความละเหี่ยใจ เหมือนก้นมันสากๆแต่ต้องทนจนกว่าจะกลับโรงแรม ได้น้ำหอมมาหลายขวด ถูกจริงๆแถมมีโปรด้วย เจอคนไทยหลายคนเลย ส่วนเจี๊ยบได้ช็อคโกแล็ตไปหลาย

ตอนทำใบขอคืนภาษีมาเจอแขกที่นั่นคุยกันตั้งนาน ฟังมันพุดไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษแบบแขกๆนี่ปวดหัวจริงๆ
ออกมาด้วยของพะรุงพะรัง ต้องเดินกลับไปที่สถานี เจอกองทัพอาบังไม่รู้มาจากไหนกันเยอะโคตรๆ



ตรงถนนนี่น่าจะหลายพันคนได้ ยังกะจะไปม็อบที่ไหน

เดินตามทางมาเรื่อยๆก็เจอสถานี ตอนแรกหลงโง่เดินอ้อมตั้งนาน

ขากลับแวะซื้อขนมปังที่ร้าน Bread Talk จนคนขายจำหน้าได้ละ และแน่นอนของทอดที่ร้าน Old Chang Kee
อันนี้ขนมปังไข่ดาว เมืองไทยก็มีแต่ทีนี่อร่อยกว่าอ่ะ

เกี๊ยวซ่าปลา กุ้งทอด หนวดปลาหมึกทอด



ระหว่างนั้นหันไปดูที่เตียงยังเน่าเหมือนเมื่อเช้า เลยโทรไปข้างล่างปราฏแม่บ้านไม่มาทำ ปรึกษากับเมียเอาไงดีจะนอนแบบเน่าๆมั้ย? ก็โอเคไม่ไหว รออยู่จน 2 ทุ่มไม่มาซักทีเลยต้องไปตามอีกรอบ ทางนั้นเลยตามให้บอกจะมาภายใน 30 นาที บ้านเราเลยไปเดินเล่นแถวนั้น

มาที่ 7 คล้ายๆบ้านเรา ของหลายอย่างมาจากเมืองไทย ดูโปสเตอร์ข้าวกล่องนี่ได้ 555

อันนี้ขายดีมากๆ กระทิงแดง ^^


อันนี้แปลกหน่อย ข้าวเกรียบราดชีส ลองซื้อมากินดู
มาถึงโรงแรมกว่าแม่บ้านจะทำเสร็จล่อไป 3 ทุ่มครึ่ง ต้องจัดกระเป๋าเตรียมกลับพรุ่งนี้อีก เฮ้อ....

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

6 พ.ย.-China Town

ลืมสายกีตาร์เรืองแสงร้านDavisกีตาร์ไปได้ไง...ซื้อมาแบบประชดเจ๊เมื่อวาน พร้อมน้ำยาเช็ดกีตาร์ ตัวน้ำยายี่ห้อนี้บ้านเราไม่รู้ซื้อที่ไหน แพงโคตรๆขวดละ 400(บ้าแท้ๆ) ส่วนสายกีตาร์เรืองแสงนี่บ้านเราหายากเหมือนกัน อารมรณ์ประมาณอยากลอง 555

เช้ามาเห็นเค้ากำลังเก็บขยะทำความสะอาดพอดี ที่นี่เวลาขนของอะไรเค้าใช้รถ 10 ล้อ ไม่ก็รถตู้เท่านั้นเหมือนที่ญี่ปุ่น ไม่มีรถกระบะวิ่งเลย...ดีๆๆๆ


ชนชั้นแรงงานก็เดาไม่ยากครับ ที่นี่เค้าใช้คนอินเดียทำงานพวกนี้กัน

วันนี้มีแปลนว่าจะไปช๊อปปิ้งที่มุสตาฟา เลยต้องศึกษาเส้นทางก่อน เห็นว่าไชน่าทาวน์อยู่กึ่งกลางเลยต้องแวะซะหน่อย รูปนี้ต้องไปเปลี่ยนสายรถไฟก่อน

มาถึงแล้ว...ผิดจากที่คิดไว้เยอะ เป็นไงมาดูกัน


หน้าสถานีดูเก่าๆคร่ำครึๆผิดกับออชาดที่เราไปมาเมื่อวานเลย ความรู้สึกเหมือนมาเดินประตูน้ำยังไงยังงั้น อันนี้หน้าห้าง People's Park ลองเข้าไปดูก็เหมือนพวกประตูน้ำจริงๆ

เดินๆไปก็หิวละ ก็เที่ยงกว่าๆแล้วนิ่ หันซ้ายหันขวาเจอศูนย์อาหารที่เดียวก็ต้องฝากท้องชั่วคราวไปก่อน

เราจะเอาน้ำขวดขึ้นมากิน อาแปะก็เดินมาบอกว่า No No No ที่นี่ห้ามเอาอาหาร เครื่องดื่มมากิน เลยต้องสั่งไมโลเย็นมากิน

ดูไป จ๊วบบบบ ไอ้แสรดดดด....มันเอาไมโลร้อนๆมาแล้วโยนน้ำแข็งไป 2 ก้อน แน่นอน...หลังจากนี้สงสัยมีเฮแน่ๆ - -"

แกงจืดหม้อไฟของผม มีแอลกอฮอล์จุดด้านล่างดูตื่นตาตื่นใจดี แต่รสชาดไม่เอาอ่าว

เจ๊คนขายพอไม่รู้ว่า เราเป็นคนไทยได้ไง มาถามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ เราก็ยิ้มแฮะๆ บ้านเราไม่โดนจ้า

ผัดหมี่ของเจี๊ยบ - -"

กินเสร็จออกมาตั้งหลักหน้าถนน เอาไงดี?


ข้ามสะพานลอยมาอีกฝั่งเป็นย่านร้านค้าและชุมชนที่นั่น




เท่าที่สำรวจราคาของแพงมาก พวงกุญแจชิ้นละประมาณ 60-200 บาท และเหมือนพวกชิ้นงานที่สำเพ็ง ส่วนร้านอาหารไทยเยอะมากๆ คนไทยมาเดินเยอะเช่นกัน


หลังจากเดินแล้วคิดว่าเสียเวลาแน่นอน เราก็เลยไปซื้อหมูแผ่นเจ้านี้ซึ่งอาปูออเดอร์มา กก.ละเกือบ 2,000 บาท - -" แบบแบ่งขายก็มีเป็นขีดๆ เลยซื้อมา 4 กล่อง 4 ขีดพอ

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

5 พย.-ตามหารองเท้าโอนิซึกะ


ข้ามถนนกลับมาฝั่งห้างIONเหมือนเดิมเพื่อมาซื้อไอติม คนขายจะเป็นคนแก่ทั้งนั้น เข้าใจว่าเค้าพยายามหาอาชีพให้คนมีอายุได้เลี้ยงตัวเองนะครับ ไอติมที่นี่ส่วนมากเป็นของยี่ห้อวอลล์ ขายเป็นรถเข็นเหมือนบ้านเรา รสชาดก็ทั่วไปแต่ไม่มีเครื่องใส่อย่าง ถั่ว มัน ข้าวเหนียว ลักษณะคือจะเป็นไอติมแล้วมีขนมปังสองแผ่นประกบเหมือนแซนวิส

บนถนนออชาดจะมีกิจกรรมเยอะมาก อันนี้ก็เป็นส่วนนึง

นั่งซัดไอติมหน่อย




















จากนั้นก็เดินย้อนเข้ามาในห้าง ION อีกครั้ง คุยกับเจี๊ยบว่า ผมจะเดินข้ามถนนไปห้าง Wheelock ซึ่งอยู่อีกฝั่งถนนเพื่อไปดูร้านรองเท้า Sixty Three เอง ส่วน 2 คนนั้นเดินเล่นในห้างไป โดยให้ยืนรอตรงจุดนั้นไม่เกินเวลานี้ ส่วนโทรศัพท์...มีเครื่องผมเครื่องเดียวที่ใช้ได้(เบอร์อะไรก็ไม่รู้ เพราะซื้อซิมทีนั่นมา - -")

เดินผ่านอุโมงค์ลอดไปยังงงๆกับทางของเค้า เดินๆไปก็เจอรู้สึกราคามันก็เหมือนๆที่อื่นก็จบข่าว

ทีนี้...เหมือนผมจำสับสนหรือไงไม่ทราบ ว่า...ที่ร้านในเพนเนซูล่า พลาซ่า ราคาถูกกว่า ก็เลยลากสองคนนั้นไปด้วย เลยต้องมาตั้งต้นที่ Cityhallใหม่แล้วเดินไปอีกที

ไปถึงร้านปรากฎเฮียเจ้าของร้านปิดร้านไปกินข้าว(แปะโน๊ตบอกไว้) ก็ต้องเดินเล่นฆ่าเวลาไปก่อน ลงไปชั้นใต้ดินกะจะลองกีตาร์ ESP ที่ร้าน Davis เจออาเจ๊เจ้าของร้าน ถามโน่นถามนี่ มาทำไม? ดูอะไร? เอาอะไร? รำคาญโคตรๆเลยไม่ลองมันเลย

กลับขึ้นไปดูรองเท้า เวรกรรม...ราคาเท่าร้าน Sixty Three เป๊ะ แต่...รุ่นที่ถูกก็มีนะ 3,600 เป็นผ้าใบ(เหมือนรองเท้าแพนเลย 555) ดูราคาก็ยังถือว่าแพงอยู่ดี เลยไม่เอา ไปหลายที่แถมไม่ซื้อเมียด่าอีก T__T



















ย้อนกลับมาที่ห้าง Raffle City ในสถานี Cityhall เสียพลังงานมาเยอะ แทบไม่ได้อะไรมาเลย คืนนี้เลยจัดชุดใหม่ ด้วยทาโกยากิเจ้าดัง(ชื่ออะไรจำไม่ได้ ที่เอสพลานาดก็มีนะ)

ชุดแขกที่เจี๊ยบใส่วันนี้ ตอนไปห้างเพนนิซูล่าเจอพวกแขกอินเดียผู้ชายเมาๆหน่อย แอบมอง อย่างฮา(บอกแล้วว่าอย่าใส่ 555)

สารพัดของทอดร้าน Old Chang Kee ปีกไก่ทอด กุ้งทอด หนวดปลาหมึกทอด และทาโกยากิ

สาหร่ายเถ้าแก่น้อยจากเมืองไทย ห่อละ 60 บาท - -"

ไก่เค้าอร่อยมากๆ เป็นเจ้าเดียวที่บ้านเราต้องอุดหนุนทุกวัน

กระเป๋าโน๊ตบุ๊คของเจ้านี้ เอามาใช้ทำงานแทนใบเก่าที่ขาดไป น้ำหนักเบามากๆ

กระเป๋าเจ้าปัญหาของน้องที่ทำงาน เราเจอร้านชาร์สเยอะมากแทบทุกที่ที่เราไป แต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหนดี จนวันนี้เริ่มขี้เกียจสำรวจละ เลยซื้อมันซะที่Raffle Cityซะ เข้าไปเมียผมก็เงียบเหมือนเดิม เป็นภาระเราต้องสื่อสารกับคนขายอยู่พักใหญ่ ก็เลยได้ใบนี้มา ที่เมืองไทยใบละ 3 -4 พัน ที่นั่นแค่ 1,500 บาทเท่านั้น

















รายการทีวีที่นี่ มีแยกเป็นช่องภาษาจีน มลายู อินเดีย อังกฤษชัดเจน