วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Singapore 2012 Part 3

จากสนามบินนั่งรถไฟไม่กี่สถานีก็ถึงสถานี PAYA LEBAR ย่านนี้เป็นหมู่บ้านมลายู อาศัยเป็นจำนวนมาก  เราพักที่โรงแรม FRAGANCE HOTEL ซึ่งอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ เลยต้องอาศัยมั่วเอา
รถยนต์ที่นั่น สวยๆเยอะครับ

ตอนแรกเราไม่แน่ใจว่าข้ามถนนตรงไหน บ้านเราบ้าพลังข้ามสะพานลอยหิ้วกระเป๋าใบโตข้ามแทบตาย จากนั้นบ้านเราก็งมโข่งเกือบชั่วโมงแถมแดดร้อนมากกว่าจะเจอโรงแรม

ไปถึงเที่ยงพอดี โรงแรมเค้ายังไม่ให้เข้าพักจนกว่าจะบ่าย 3 เราเลยต้องฝากกระเป๋าไว้ก่อนแล้วออกมาเที่ยวกันต่อ
เจอทางม้าลายซะที เวลาข้ามถนนต้องข้ามทางม้าลายนะครับ 

ใครว่าสิงคโปร์สะอาด ไม่เสมอไปครับ เสาไฟฟ้านี้บอกได้
จากPAYA LEBAR เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี CITYHALL เพื่อมาซื้อตั๋วรถไฟ TOURIST PASS ถามว่าต่างจากธรรมดายังไำง? ก็เป็นตั๋วเหมาวันครับ สูงสุดที่มีขายคือ 3 วัน ที่สนามบินตั๋วนี้จะมีขายตอนเที่ยง เราไม่อยากนั่งรอเลยมาซื้อที่นี่

จากนั้นแวะมาเติมพลังเริ่มจากทาโกะยากิที่ Market Place ในห้างRaffle City

เป้บอกไม่อยู่ท้องเลยต้องมาซื้อเฟรนฟรายแมคกินต่ออีก
ซอสพริกเค้านี่ล่ะครับเด็ดมาก ต้องลอง !!

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Singapore 2012 Part 2

10.20 น.ตามเวลามาตรฐานท้องถิ่น เราก็มาถึงสนามบินซางฮีเป็นที่เรียบร้อย บ้านเรารีบออกจากเครื่องเพราะต้องทำเวลาหลายอย่าง เช่น ต้องไำปรับกระเป๋า และหนีบรรดาอาซิ้มที่กำลังตามหลังมา 3 คนผ่านด้านตม.ไม่มีปัญหาอะไร
ที่เราลงเป็นอาคาร 1 ต้องไปต่อรถไฟเพื่อเข้าอาคาร 2
ที่นี่ต้องช่วยตัวเองครับไม่มีการลุกให้นั่ง
จากนั้นแวะมาซื้อตั๋วรถไฟ EZ Link ซึ่งเป็นแบบเติมเงินครั้งละ 10S เพื่อใช้ต่อไปยังสถานี  PAYA LEBAR
บรรยากาศบนรถไฟ
หลังจากมีคนไทยตกลงไป เค้าเลยมีแผงกั้นกันคนตกไป

Singapore 2012 Part 1

17 - 20 ตุลาคม 2555
บ้านเรามีโปรแกรมออกเที่ยวอีกแล้ว รอบนี้ไปสิงคโปร์เหมือนเดิม ถามว่าติดใจอะไร? ตอบว่าค่าตั๋วเครื่องบินในราคาที่เราแตะต้องได้ เดินทางภายในประเทศง่ายด้วยรถไฟและรถประจำทาง อาหารการกินที่เยอะมากๆ ผู้คนเป็นมิตร บ้านเมืองมีระเบียบ และราคาสินค้าที่เหมาะสม ไม่ต้องมากังวลว่าราคาหน้าร้านกับราคาหลังร้านไม่เท่ากัน

งวดนี้วุ่นๆหลายอย่างเพราะ Passportผมหมดอายุต้องไปต่ออายุใหม่ ค่าเงินที่ปรับขึ้นจากคราวก่อน ฯลฯ รวมถึงเครื่องต้องมาขึ้นที่ดอนเมืองแทน

กระเป๋าเดินทางก็เป็นปัญหาหนึ่ง เดิมทีผมใช้กระเป๋็าของแม่ แต่ใบนี้แม่เอาไปให้ญาติแกยืมเป็นเดือนๆแล้ว จนใกล้วันเดินทางก็ไม่ยอมคืน ดีที่ได้กระเป๋็าจากอาปูเราเลยรอดตายไป

04.30 น.ได้เวลาออกจากบ้านโดยแท็กซี่ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบิน ขาไปผมขอน้ำหนัก 3 คน 20 กก.โหลดน้ำหนักแทบช็อค 19.50 กก.ฉิวเฉียด เสร็จแล้วมานั่งกินไก่ทอดหมูทอดข้าวเหนียวที่เจี๊ยบเตรียมมาจากบ้าน
ภายในสนามบินดอนเมืองเหมือนปรับปรุงใหม่ ดูไฉไลดี ห้องน้ำตรงด่านตม.ด้านในมีโซฟาให้นอนเอกเขนกด้วย
ร้านกาแฟชื่อดัง ราคามาตรฐานครับ(แพงเหมือนเดิม)
ร้านนี้สงสัยว่าเป็นญาติกับ Nando's หรือเปล่า ชื่อกับโลโก้เหมือนกันเลย
06.50 น.ประตูก็เปิดเรารีบกุลีกุจอ มีแม่กับอาแก่โทรมาหาก่อนเครื่องออก รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะ ^^
07.10 เครื่องออกตามเวลาที่กำหนด วันนี้เหมือนจะซวยหน่อย เจอทัวร์อาแปะอาซิ้มนั่งเต็มเครื่อง เสียงดังมาก
ไอ้คนนั่งหน้าผมสุดๆ ปรับเบาะมายังกะมานอน ขนาดแอร์มาเตือนให้เอาเบาะขึ้น พอแอร์เดินไปมันก็เอาลงเหมือนเดิม
จดโน๊ตก่อนกันลืม...
อีก 2.20 ชม.เจอกันแน่สิงคโปร์

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น

23 กันยายน 2555
วันเกิดปูเป้ครบ 7 ขวบ วันนี้เจี๊ยบทำกับข้าวหลายอย่าง เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอด แกงหอยสัปปะัรด ไก่ทอด  หมูทอด ฯลฯ  ส่วนผมซื้อเกาเหลาร้านลุงกับหมูย่างมากินด้วย คนมาร่วมงานกันหลายคน กินอาหารกันอิ่้มหนำสำราญกันไป
****************************************************************************************
26 กันยายน 2555
วันนี้ลองสั่งสลัดผักที่ทำงานมากินพร้อมปลาทอด ผักแบบออแกนิคเลย ราคามหาโหดน่าดูไม่รู้ว่ามันต่างจากผักธรรมดายังไง กินๆดูแล้วรสชาดก็เหมือนเดิม แฮะๆๆๆ
****************************************************************************************
29 กันยายน 2555
วันนี้มาเดิน Central Worldหน่อย ไม่ได้มานานมาก ได้ข่าวว่า Isetan เค้าลดราคาทั้งห้าง ตัวผมตั้งใจมาดูรองเท้าโอนิซึกะไทเกอร์ ลดราคา 30% มาดูก็เป็นดังคาด เอารุ่นห่วยสุดมาลดราคา เลยไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้าน Gustoso ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อิตาเลี่ยน รสชาดดีเหมือนเดิม แต่เหมือนอาหารจะน้อยๆลงนะ 
มาทีไรไม่พลาดที่จะสั่งเครปส้ม กับไอติมเจลาโต้ อร่อยแบบง่ายๆไม่หนักท้อง :D
*******************************************************************************************
30 กันยายน 2555
ร้านYoshinoya มีโปรโมชั่นสั่งข้าวหน้าเนื้อขนาดใหญ่แถมไข่ออนเซ็น.....แบบนี้จะพลาดได้ไง คราวก่อนสั่งข้าวหน้าหมูเหมือนจะพลาดอย่างแรง มาคราวนี้ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ เนื้อหั่นได้บางนุ่มมากๆ เข้ากันกับขิงดองที่กินแก้เลี่ยนได้ดี ส่วนไข่ออนเซ็นก็หวานฉ่ำ ไม่คาวเลย ไว้ว่างๆต้องไปลองอีกแน่นอน >;<

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

Ootoyaในเดือนกันยายน 2555

เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้เราสะดวกสบายขึ้นฉันใด ก็ทำให้คนขี้เกียจมากขึ้นเท่านั้น เดี๋ยวนี้ผมเคยตัว...ไม่พกกล้องถ่ายรูป(อันแสนก๊องแก๊ง)แล้ว ใช้มือถือถ่ายแล้วแต่งรูปผ่านอินสตราแกรมสะดวกดี แต่คุณภาพความละเอียดของภาพก็ลดลงตาม ว่างๆต้องดัดนิสัยตัวเองบ้าง ><
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2555 บ้านเราก็ไปร้านโอโตยะ ไม่ได้ไปกินนานมากๆ วันนี้ลองสั่งเมนูแปลกๆดู ของผมเป็นคุสุเนะย่างถ่าน คือ เหมือนหมูบดปรุงรส ราดซอส คล้ายๆเนื้อหมูในเบอร์เกอร์ยังไงยังงั้น
ตอนแรกคิดว่าเป็นไข่ลวกหรือไข่ออนเซ็นเลยสั่งมา ปรากฎเป็นไข่ต้ม......ก็ต้องกินไปซะ ^^"
อันซ้ายเป็นผงชินเอมอน ไม่แน่ใจว่าเอามาจิ้มกับอะไร แต่ละกินแล้วซ่าๆแสบลิ้นดี
ส่วนของเจี๊ยบเป็นผัดเปรี้ยวหวานไก่ครับ รสชาดดีเหมือนเดิม ^^

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

Pasta de Waraku@Central Pinklao Again

ช่วงนี้บ้า instagram อย่างหนัก ถ่ายรูปจากมือถือได้ก็โพสต์ลงเน็ท สะดวกดีเหมาะกับชีวิตคนในเมือง รูปแรกๆก็ถ่้ายร้านอาหารที่ทำงานมา น่ากินเนอะ ^^


ส่วนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปซัดร้าน Waraku อีกรอบ เพิ่งรู้ว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลงทุนโดยสิงคโปร์ คราวที่แล้วบ้านเราติดใจรสชาดอาหาร ดูอยู่นานว่าจะสั่งอะไรเลยเอาเป็นเซ็ทมินิสปาเก็ตตี้ คือ สปาเก็ตตี้จานเล็ก 2 จาน มีสลัดกับซูปถ้วยเล็กแถม ในส่วนสลัดคราวนี้มาหน้าตาผิดหวัง ไม่สวยงามเหมือนคราวก่อน  - -"
สั่งพิซซ่าหน้าไก่ย่างถาดใหญ่มา มี 6 ชิ้น 190 บาท รสชาดดีเลยล่ะ
แป้งบางกินง่ายมากๆ ^___^
ผมสั่งสปาเก็ตตี้ สุกี้ยากี้หมู หน้าตาออกแนวชีวจิตหน่อยๆ 
ไข่ตูมมาก อยากกินเพราะไข่นี่ล่ะ ^^
ชั๊ววว !!!
ของเจี๊ยบเป็นสปาเก็ตตี้ในซุปอะไรซักอย่าง ไม่ทันได้ถ่ายมีคนสูบน้ำกับเส้นออกหมด ^^"
โฉมหน้าคนสูบเส้นกับน้ำชามตะกี๊....

ซุปข้าวโพด ชามเท่ากาละมัง เจ้าตัวแสบรีเควสจะกิน ตั้ง 120 บาท = ="

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Yoshinoya@Central Pinklao

มีร้านอาหารประเภท Gyudon(กิวด้ง) คือ ข้าวหน้าต่างๆ เช่น ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู เจ้าดังมาเปิดสาขาที่เมืองไทยได้ซักพักละ ซึ่งผมอยากลองกินตั้งแต่คราวก่อน แต่ก็ไม่มีโอกาสซักที มาวันนี้ขอวันนึงต้องลองให้ได้ คือ Yoshinoya แถมมาเปิดที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าด้วย อิอิ
ร้านเปิดมาได้ 3-4 วันละครับ เหมือนเค้ามีโปรโมชั่นลดราคาด้านหน้าร้านด้วย แต่เราต้องเล่นเกมส์อะไรซักอย่าง บ้านเราขี้เกียจรอก็เดินดุ่มๆเข้าไปเลย ภายในร้านไม่ได้ถ่ายรูปมาคนเยอะมากกกก (รูปหลายๆรูปจากเน็ตนะครับ >< )
มีเพื่อนคนนึงคือ คุณโป้งเค้าเป็นแฟนประจำร้านนี้ก็มาเล่าว่าร้านนี้เทพมากๆ เลยอยากลองดูว่ามันเทพอย่างที่เค้าร่ำลือกันมั้ย ผมปกติำไม่ชอบทานเนื้อเลยสั่งข้าวหน้าหมูมาแทน ส่วนแฟนก็ทานหมูเหมือนกัน
ตัวหมูเป็นเหมือนหมูชาบูติดมัน ก็ใช้ได้ครับ แต่น่าปรุงรสให้จัดกว่านี้หน่อย อย่างอื่นก็ธรรมดา และที่ไม่ชอบคือ มีเมนูน้อยมาก คือ หมู ไก่ เนื้อ ซึ่งลูกสาวผมไม่กินหมูกับเนื้อเลยทานอะไรไม่ได้เลย และดูจะไม่อยู่ท้องด้วย ดีที่ราคาไม่แพงมาก บ้านเราเลยต้องไปต่ออีกที่ร้าน....
มาตายรังที่สเวนเซ่นส์เจ้าเก่า 190 บาทกินได้ 3 คนพ่อแม่ลูก สบายแฮ......