วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

SETUP KEYBOARD ณ บัดนาว !!!

จากกระทู้ก่อนๆที่ผมพูดถึงคีย์บอร์ดตัวเดิมที่เอามาบูรณะใหม่ คิดว่าจะกลับมาซ้ิอมและเล่นคีย์บอร์ดอีกครั้ง จะกลับมาเล่นเพื่อตัวเองและลูกสาว เพราะตอนนี้ลูกสาวเรียนเปียโนLevelสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องมีอุปกรณ์ไว้ซ้อมมือด้วย ส่วนผมอยากฝึกวินัยให้ตัวเอง เมื่อก่อนคีย์บอร์ดนอนอยู่ในกล่อง จะเล่นทีก็เลยขี้เกียจเอาออกมา คิดว่าถ้าเอาออกมาตั้งพร้อมเล่นไำด้ทันทีน่าจะดีกว่า :D
ย้อนกลับสมัยที่ยังเล่นวง ตอนนั้นไปซ้อมที่ห้องซ้อมตลอด เลยไม่มีแอมป์ที่บ้าน เวลาแกะเพลงส่วนใหญ่เลยไปแกะที่ห้องซ้อมครับ ถ้าอะไรที่ซับซ้อนมากๆก็จะเสียบหูฟังเข้าที่คีย์บอร์ดเลย พอปี 40 ที่ผมเริ่มหันมาเล่นกีตาร์เลยแทบไม่ได้หยิบจับและเล่นคีย์บอร์ดอีกเลย

ช่วงปี 45 ช่วงที่เรียนต่อก็ว่างๆครับ เริ่มเบื่อๆกีตาร์ก็หยิบคีย์บอร์ดมาซ้อมมือบ้าง แต่เราไม่มีวงเล่นแล้ว(ไม่อยากเล่นวง) เลยต้องหาแอมป์คีย์บอร์ดไว้ซ้อม ช่วงแรกๆมีรุ่นพี่ที่เล่นคีย์บอร์ดแกก็แนะนำให้เอาคีย์บอร์ดต่อออกสเตริโอที่บ้านแทน โชคดีที่บ้านผมใช้ AIWA ตัวในรูปซึ่งเสียงออกมาดีทีเดียว ภายหลังตัววิทยุเสียบ่อยครั้งจนรู้สึกรับภาระค่าซ่อมไม่ไหวเลยต้องยกให้คนอื่นไป

ต่อมาซื้อสเตริโอตัวใหม่มาคือ SONY แต่เหมือนคุณภาพเสียงดันสู้ AIWAตัวเดิมไม่ได้ เลยต้องหาแอมป์ใช้งานจริงๆซักที ไอ้ครั้นจะใช้แอมป์คีัย์บอร์ดเค้าก็ไม่ทำตัวเล็กๆครับ ต้อง 40 W ขึ้นไป จะซื้อ Mixer ต่อออก PA ก็ดูจะยุ่งยากไปอีก 
เดินไปหลังกระทรวงสุดท้ายไปตายรังที่ตัวนี้ เพราะราคามันถูกแต่คุณภาพเสียงก็ตามราคาจริงๆ ใช้งานที่บ้านได้ไม่ถึงปีต้องปลดระวางเพราะลำโพงแตก 555

หลังจากนั้นก็เหมือนจะหยุดเล่นคีย์บอร์ดไปเลย เพราะไม่มีแอมป์ให้ซ้อมครับ
พฤศจิกายน 2555 เริ่มมีความรู้สึกอยากกลับมาเล่ยคีย์บอร์ดอีกรอบ ก็มองๆหาว่าจะใช้ลำโพงมอนิเตอร์ต่อกับคีย์บอร์ดนี่ล่ะ ในตลาดบ้านเราก็มีหลายเจ้า หลายราคาตามงบ ก็ตั้งเป้าไว้ว่าคงไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ นั่งเก็บข้อมูลจากเน็ท  1 อาทิตย์ก็ได้ร้านที่ต้องไปและลำโพงที่เล็งๆไว้แล้ว
ตัวที่เป็นลำโพงอเนกประสงค์คือ เป็นลำโพงมอนิเตอร์ เป็น StudioDock คือ ลำโพงที่เชื่อมต่อ IPOD IPHONE และเป็น Soundcardในตัวด้วย ถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ
ต้องขอบคุณ MUSIC CONCEPT ที่เปิดโอกาสได้ลองได้เต็มที่ครับ วันที่ไปลองผมก็ลองกับคีย์บอร์ดที่ร้าน เล่นแล้วก็สนุกดี เสียงตอบสนองดีมากๆ ย่านเสียงออกมาครบเลย มีมิติ
มาดูที่กล่องนี้ดีกว่าครับ ซ้อนมาหลายๆชั้นเหลือเกิน ตอนแบกกลับมาบ้านนี่แทบอ๊วก ยิ่งตอนลง TAXIมานี่ลมแทบจับ (-__-)"
เปิดกล่องมามีกล่องอีกชั้นซ่อนอยู่ ลึกลับซับซ้อนมากๆ
เปิดออกมาอีกที มีกล่องโฟมรองอยู่ครับ
มาดูของด้านในกัน................
ขอโฟกัสไปที่ตัวมอนิเตอร์นะครับ เพราะของที่แถมมาไม่มีอะไรน่าสนใจ(คู่มือ สาย USB) ที่ร้านเค้ามี 2 รุ่นคือ ดอก 4 นิ้ว กับ 5 นิ้ว ซึ่งเค้าแนะนำให้ผมเอา 5 นิ้วดีกว่าเพราะเสียงมีมิติกว่า ย่านเสียงกว้างและลึกกว่า
ที่ลำโพงซ้าย(ขวามือผม)จะมีปุ่มต่างๆคือ
1.บนสุด เป็นไฟ LED แสดงสถานะว่าทำงานไฟก็จะสว่างขึ้น
2.VOLUME ก็ปุ่มเปิดปิดเสียงครับ
3.AUX ตามคู่มือเป็นช่องสำหรับต่อออกอุปกรณ์ภายนอก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น MP3 หรือ คีย์บอร์ด ซึ่งช่วงแรกๆผมใช้ช่องนี้ต่อออกคีย์บอร์ด
4.ช่องต่อหูฟัง
ด้านบนเป็น DOCKไว้ต่อเครื่องเล่น IPOD , IPHONE เป็นที่ชาร์ทไปในตัวครับ เล่นๆไปไม่ต้องกลัวแบตหมด :D
ด้านหลังช่องเยอะมากครับ แบ่งการทำงานดังนี้
* บนซ้าย เป็นช่องต่อออก MIXERครับ ปัจจุบันผมใช้ช่องนี้ต่อออกคีย์บอร์ด ต้องเป็นหัวแจ็คแบบ RCA
* บนขวา ช่องต่อ USB สำหรับต่อเข้าคอมครับ
* ช่องต่อสายลำโพงไปยังลำโพงอีกตัว
* ปุ่ม on/off
* ช่องต่อสายAC
ลำโพงด้านขวา(ซ้ายมือผม) มีลำโพง 5 นิ้ว 1 ดอกกับลำโพงทวิตเตอร์อีกตัว
ด้านหลังเป็นช่องต่อสายลำโพงครับ

พูดถึงลำโพงมอนิเตอร์ลืมอธิบายนิด............ลำโพงมอนิเตอร์มี 2 ชนิดนะครับคือ

1.แบบ ACTIVE คือตัวที่ผมใช้งานอยู่ นั่นคือมี POWERในตัวไม่ต้องหา POWER หรือ PREAMPมาต่อ ข้อดีคือ ประหยัดกว่าแบบ PASSIVE ขนย้ายสะดวกกว่า ข้อเสียคือ เสียงไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สามารถอัพเกรด เช่น สายลำโพง สายสัญญาณ หรือซื้อลำโพงเซอราวน์ได้

2.แบบ PASSIVE คือ ลำโพงเปลือยๆครับ ซึ่งเราต้องหา POWER หรือ MIXER เพื่อมาเป็นตัวขับลำโพงดังกล่าว ข้อดีคือ เสียงธรรมชาติกว่าไม่หลอกหู สามารถอัพเกรดอุปกรณ์อื่นๆเช่น สายลำโพงได้ ข้อเสีย คือ แพง-แพงมากๆ
มาประกอบร่างกัน เนื่องจากโต๊ะคอมผมค่อนข้างเล็กครับ ไม่สามารถวางคีย์บอร์ดบนโต๊ะแบบ STUDIOได้(ก็ตัวมันใหญ่นี่หว่า 555) เลยต้องฝากเจ้ามอนิเตอร์ไว้ที่โต๊ะแทนครับ
มาภาพรวมๆครับ(บ้านรก+โทรมหน่อย แฮะๆๆๆ) ด้านขวาเป็นมุมคีย์บอร์ดตัวเก่ง เซ็ทอัพง่ายๆครับไม่ซับซ้อนมาก :D
และ..........เมื่อเร็วๆนี้ฝากน้องนัท SUKKAWADEEสั่งเจ้านี่มาครับ ถามว่ามันคืออะไร???

บ้านผมฝุ่นเยอะมากๆทั้งที่บ้านไม่ได้ติดถนนเลย เดาว่าสาเหตุน่าจะมาจากบ้านผมหน้าต่างเยอะ ฝุ่นที่ลอยมาตามอากาศจึงเข้ามาทางนั้น ข้าวของในบ้านเลยต้องทำความสะอาดบ่อยๆ รวมถึงคีย์บอร์ดด้วย เลยต้องหาผ้าคลุมหน่อย

เท่าที่ผมสำรวจมาไม่มีใครสั่งผ้าคลุมคีย์บอร์ดมาขายครับ เมืองนอกก็มีทำอยู่ 2 เจ้า ผมเลยสั่งของ GATOR ซึ่งน่าจะคุ้นเคยหน่อยและราคาพอจะรับได้ ขอบคุณน้องนัทมา ณ ที่นี้ด้วย
ตัวผ้าแรกๆเข้าใจว่าเป็นผ้าลินินหรือผ้าฝ้ายหนาๆครับ แต่แกะออกมาเหมือนผ้าฝ้ายบางๆ เบาดี
มีขนาดให้เลือกตามไซด์คีย์บอร์ดครับ ของผม 61 คีย์ 
คลุมเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ครับ :D
แถมสายแจ็คนิดครับ..........เดิมผมอยากได้สายแจ็คดีๆ 2 เส้นไว้ต่อจากคีย์บอร์ด(เป็นสเตอริโอ) เข้าลำโพง แต่ช่อง INของลำโพงมันต้องเป็นแจ็ค RCA 

ถ้าตามคู่มือมันต้องเข้าด้านหน้าก็มีรูเดียว ดังนั้นสายแจ็คต้องเป็นแบบสาย Y ซึ่งพวกเครื่องเสียงราคาเป็นหมื่นๆ !!! เลยไปนั่งปรึกษาที่ร้าน MUSIC CONCEPT ซึ่งพี่ดั๊กแกทำสาย RCA ทิ้งไว้อยู่แล้วครับ ก็แค่ต่อหัว ADAPTERเข้าไปก็ใช้ได้

แต่ไปๆมาๆผมก็เอาสายนี้ต่อเข้าทางด้านหลังอยู่ดีล่ะ เพราะเสียงออกมาเต็มกว่า 555
สุดท้ายละครับ BOSS FS5U ใช้ต่้อเป็น DAMPERไปก่อน ว่างๆจะหา DANPER เปียโนมาใช้งานซะที :D

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ขับรถไปเตะบอล.....เอกมัยเก็ทเวย์

ก่อนอื่นขอดับร้อนด้วยชาเขียวกับเมล็ดทานตะวันหน่อย อิอิอิ
15 ธันวาคม 2555
วันนี้โปรแกรมแน่นเอี๊ยด ต้องเอากีตาร์ FENDER ตัวเก่าและบรรดาเอฟเฟคต่างๆไปฝากน้องนัทขาย แล้วไปเตะบอลต่อที่ลาดกระบัง ไอ้ครั้นจะนั่งรถเมล์ไปคงไม่ไหว จะนั่งTAXIค่ารถคงกินค่ากีตาร์หมด เลยต้องไปขอยืมรถจากอาแก่มาใช้งานก่อนซึ่งอาแก่ก็ไม่ได้หวงอะไร ขอบคุณมากค้าบบบ

บ้านน้องนัทก็ไม่เคยไป เท่าที่สอบถามคือ อยู่หลังราม ไปทางเส้นพระราม 9 ไอเผมก็นั่งแต่รถเมล์เลยงงๆหน่อย นัทบอกว่าลงทางด่วนศรีนครินทร์ ผ่าน THE NINE ก็จะเจอ

7.00 น.ผมนั่ง TAXIจากบ้านแบกของทั้งหมดมาที่บ้านอาแก่ที่พุทธมณฑลสาย 2  เช็คสภาพรถไม่นานก็ออกเดินทาง แวะส่งอาปุ๊กกลางทางก็จัดการขึ้นทางด่วนที่ยมราช ขับไปเรื่อยๆไม่ได้รีบอะไร แต่อาจจะขับเพลินไปหน่อยเพราะเช้ามากรถไม่ติด และ.......ขับเลย 555 ต้องโทรถามเอก สรุปว่าต้องลงทางด่วนที่บางนาแล้วไปม้วนหาทางเข้าจากแถวศรีนครินทร์

ด้วยความที่ไม่ได้ไปแถวนั้นนานมากๆก็ขับตามทางมาเรื่อยๆครับ เวลาก็จะ 8.30 รถเริ่มเยอะแต่ในที่สุดก็ถึงบ้านน้องนัท

เสร็จธุระแรก เอกขับรถมารอหน้าปากซอย ผมก็ขับรถตามเอกไปสนามบอลต่อ เล่นไปได้ถึงเที่ยงก็เลิกครับ
จากนั้นแวะไปกินข้าวร้านอาหารแถวนั้น ได้ขนมเกาหลีจากน้องนัทมารองท้อง ขอบคุนอีกเช่นกัน :D
ขากลับถึงเวลาเอาตัวรอดครับ เพื่อนๆมีรถกันต่างคนต่างกลับ ส่วนผมต้องพารถกลับไปด้วย ทางก็ไม่รู้อาศัยวัดดวงอย่างเดียว เจอป้ายบอกทางไปกรุงเทพก็ขับตามไป ขับไปๆเริ่มงงๆทาง สุดท้ายไปที่เราสะดวกดีกว่าคือเข้าบางนา แล้วตีรถขึ้นทางด่วน

ขับไปรับอาปุ๊กที่โรงเรียนอีก กว่าจะถึงบ้านอาแก่ล่อไปเกือบๆ 16.30 น. เหนื่อยโคตรๆ
วันรุ่งขึ้น(16 ธันวาคม 2555)
หลังจากวันศุกร์ไปเดินโต๋เต๋ที่เอกมัย เก็ทเวย์เลยอยากพาที่บ้านมากินอาหารแปลกๆที่นี่บ้าง กล่อมปูเป้อยู่พักใหญ่ถึงได้มา นั่งรถไฟฟ้ามา 3 คนสะดวกสบายดี(แต่แพงฉิบ T T) ร้านน่ากินๆหลายร้าน อย่างร้านราเม็ง ร้านเนื้อย่าง ร้านอิซากายะ สุดท้ายมาตายรังที่ชาบูชิ T____________T เซ็งเป็ด(จะมาทำไมตั้งไกล)
ขากลับแวะดูไฟที่ CENTRALWORLD เป็นอันจบพิธี :D

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันพ่อแต่พาแม่ไปกินข้าว :D

วันที่ 5 ธค.55
วันนี้หยุดงานนะฮาฟ เป้กับเจี๊ยบไปบ้านยายตอนกลางวัน ผมขี้เกียจอยู่บ้านเลยออกไปนั่งเล่นที่บ้านเราคือ CTW
เดินดูนั่นดูนี่ ไปมาๆเที่ยงเริ่มหิว แรกๆอยากกินอะไรหนักๆหน่อย อย่าง Momo หรือ ราเม็งชามยักษ์ แต่ดูราคาแล้วสู้ไม่ไหว(คือสู้น่ะไหว แต่เกรงว่าสิ้นเดือนจะไม่มีอะไรกิน T T) เลยเล็งข้าวหน้าเนื้อแทน

อาทิตย์ก่อนที่ไปกินมีโปรแถมไข่ออนเซ็นถ้าสั่งข้าวหน้าเนื้อชาวใหญ่รสไหนก็ได้ มาวันนี้ดันแถมแต่รสธรรมดา แล้วรสธรรมดาโคตรจืดเลย เลยต้องตัดใจสั่งรสเผ็ดมากิน ไม่แถมไข่ก็จะกิิน(วะ) เหมือนรสชาดไม่เข้มข้นเท่าที่สาขาปิ่นเกล้า - -"
ตกเย็นเลยกลับบ้านมาพาแม่ไปกินข้าววันพ่อหน่อย พ่อไปสวรรค์แล้ว
จริงๆจะไปที่ซิสเลอร์ แต่แม่ไม่อยากไปกินบอกไม่อร่อย เลยมากินข้าวร้านหน้าปากซอย สั่งกับข้าวมาเท่าที่เห็น รสชาดร้านนี้ไม่เป็นสองรองใคร ราคายุติธรรม อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า :D

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Ootoya@Central Pinklao November 2012

11 พฤศจิกายน 2555
วันอาทิตย์พาเด็กไปเรียนพิเศษ เกิดวาระแห่งชาติเรื่องการกิน สุดท้ายไปจบที่ร้านโอโตยะ ซึ่งเราไม่ได้กินกันพักนึงละ
วันนี้ผมสั่งเมนูที่ช่วงหลังกินบ่อยหน่อย เพราะไม่หนักท้องมาก คือ ซุปเต้าหู้กับไข่ไก่ กินเบาๆท้องดี
ของเจี๊ยบสั่งปลาแซลมอนย่างถ่าน เครื่องเคียงออกมาเยอะมาก ในถ้วยขาวๆคือ ไชเท้าบดกินเปล่าๆราดข้าวเค้าว่ามีคุณค่าทางอาหารเยอะครับ
อันนี้เป็นเครื่องเคียงตัวใหม่ เมื่อก่อนจะเป็นผัดไก่กับถั่วลันเตา อันนี้เป็นไก่ทอดกับไชเท้าครับ อร่อยดี หน้าตาสวยงามมากๆ
กะหล่ำปลีลวกครับ อันนี้ตัดเลี่ยนได้ดีเลยล่ะ
สาหร่ายทะเลมีทั้งลวกซึ่งแผ่้นใหญ่มาก  กับสาหร่ายต้มซีอิ้วครับ
ปลาแซลม่อนย่าง
ตามด้วยไอติมในน้ำเต้าหู้
กลับบ้านมานั่งเล่นไอ้นี่ต่อ อิอิอิ

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

4 พย.55 เดินสายกิน !!!

27 ตุลาคม 2555
ช่วงเช้าไปนั่งเคลียร์งานที่ทำงานนิดหน่อย ส่วนปูเป้กับเจี๊ยบไปบ้านยาย เที่ยงตรงนั่งรถมาลงที่ CTW อารมณ์อยากกินชาบูน้ำซุปเข้มข้น นึกถึง MOMO PARADISEก่อนเลย ไม่รอช้าตรงเข้าไปทันที ผมสั่งเป็นสุกี้ยากี้ น้ำซุปเค้าจะเข้มข้นเหมือนน้ำจิ้มในตัวเลย เพิ่งสังเกตว่าร้านเค้าเปลี่ยนมาใช้หมูดำคุโรบุตะแล้ว วันนี้กินแล้วรู้สึกถึงความต่างจากเนื้่อหมูธรรมดาจริงๆ นุ่มแทบละลายในปากเลย ><
30 ตุลาคม 2555
วันนี้ที่ทำงานพาไปกิน โออิชิ ลาดพร้าว อาหารดูเหมือนๆที่อื่น แต่สถานที่ดูโบๆไปหน่อย ส่วนรสชาดก็ตามมาตรฐานครับ แค่นี้ก็.......สบายท้องอีกแล้วเรา อิอิอิ >,<
3 พฤศจิกายน 2555
ได้บัตรกินฟรีฟูจิมา ชวนเด็กข้างบ้านกับป้ามากินก็ไม่ยอมออกมา จะกลับบ้านท่าเดียว เลยแอบหนีมากินข้าวหน้าเนื้อดีกว่า ลองเปลี่ยนมาสั่งแบบเผ็ดดู เออ....อร่อยอ่ะ มันมีครบรสเลย หวานตัวน้ำซอสและเนื้อ เค็มนิดๆ ได้รสเผ็ดมาตัดความเลี่ยน น่าจะเป็นเมนูที่ผมชอบที่สุดในร้านนี้ละ
4 พฤศจิกายน 2555

จริงๆไม่ใช่แฟนร้านฟูจิเลย แต่ได้กินฟรีก็ต้องเอา วันนี้บัตรฟูจิได้ใช้งานจริงๆซะที อิอิอิ.....ผมได้บัตรนี้จากหัวหน้าครับ มีมูลค่า 500 บาท เรากะจะกินพอประมาณ แต่ถึงเวลาสั่งจริงๆก็เอาเรื่องอยู่....

ผมสั่งเซ็ทสเต๊กปลาอะไรซักอย่าง ก้างเยอะฉิบหาย กินแล้วเสียอารมณ์มากๆ - -" เลยสั่งปลาดิบบนข้าวอะไรซักอย่างแทน กินแล้วน้ำตาแทบไหล อร่อยมากๆ ถ้าจ่ายเงินเองคงไม่สั่งแน่นอน

เป้สั่งเซ็ทเบนโตะ เครื่องเคียงเต็มไปหมด ส่วนเจี๊ยบกินกับเป้เอา มีมาตอดของผมบ้าง

พวกเซ็ทนี่เค้ามีผลไม้ให้ด้วยก็อิ่มกันไป เช็คบิลมาจ่ายเพิ่มไปแค่ 300 กว่าบาท ^^
ขากลับอยากกินไอติมชาเขียว เลยจัดของ BUD'S ซะหน่อย :D
ตอนเย็นมีโปรแกรมเลี้ยงต่ออีกที่บ้านปู่แก่ ไปกิน MK กัน เนื่องในโอกาสเด็กสอบได้ 3.97 ฉลองกันอิ่มหนำสำราญไป ส่วนผมกินไม่ไหวแล้ว นั่งดูอย่างเดียว ^^"