วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

7-8-9 กันยายน 56 กินกันซะให้หนำใจ !!!

7 กันยายน 56

อีก 1 วันที่วุ่นวายโกลาหล เจ้าหมูดำอยากกินร้านคำพูน ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารอีสาน ส่วนผมอยากกินข้าวหน้าเนื้อโยชิโนยา หรือ ชาบู หรือเนื้อย่าง ส่วนย่าปูจะกินร้านไก่ย่างนิตยา ตกลงกันไม่ได้อยู่นาน(เป็นชั่วโมง) สุดท้ายย่าปูเป็นฝ่ายชนะ(ในฐานะคนออกเงิน) เจ้าหมูดำถึงกับร้องไห้น้ำตาตก(เห็นแล้วน่าสงสาร)

ไปถึงที่ร้านผมไม่ค่อยอยากกินอาหารอีสานเท่าไหร่ เลยนั่งเฉยๆปล่อยคนอื่นเค้ากินกันไป จนมาแวะที่ THE WALK ราชพฤกษ์ มีร้านเนื้อย่าง Nikku King ก็ไม่พลาด ร้านนี้เค้าคิดหัวละ 490 บาท(NET) มีเนื้อย่าง หมูย่าง กุ้งแม่น้ำ ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ซูชิ ฯลฯ

ว่ากันทีละอย่าง...
เนื้อวัวค่อนข้างเฉยๆครับ รู้สึกว่าเนื้อย่างต้องไดจัง อร่อยสุดตั้งแต่กินมา
เนื้อหมูก็ธรรมดาทั่วๆไป สั่งเบคอนไปหลายรอบไม่มาสักรอบ กระดูกหมูก็สุกยาก
กุ้งแม่น้ำไม่ได้สั่ง ไม่มีคนแกะให้ แฮะๆๆๆ
ปลาแซลมอน ผมสั่งแบบที่เป็นซาซิมิมา อันนี้ขอชมเนื้อหนา สด รสชาดดีกว่าที่คิดไว้เยอะ
หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ สด ตัวใหญ่ดี
ปลาหมึก สดดี
ผักดองก็โอเค มาตรฐาน แต่เห็ดออรินจิ อันเล็กไปนิด
อาหารทุกอย่างมาในจานเปลยักษ์ ฉะนั้นมาคนเดียวอย่าเสร่อสั่งมาหลายอย่างจะกินไม่หมดและโดนปรับ ผมก็ไม่รู้ทะลึ่งสั่งมาหมด พนักงานก็มอบแบบปลงๆคงคิดว่ามีไอ้บ้าที่ไหนหลงมา เลยทยอยเอาอาหารมาเสริฟ์ให้ไม่ครบ

เครื่องดื่มเค้ามีหลายอย่างแต่ผมเลือกชาเขียว
ซูชิ ไม่รู้จะชมหรือด่าดี กันที่เป็นซูชิไข่กุ้งไปคำแรกตกใจที่ไข่กุ้งเยอะมาก แทบจะเต็มปากเลย แต่พอกินไปเรื่อยๆเป็นไข่กุ้งที่ขายตามซูเปอร์ฯเค็มปิ๊ดปี๋ ส่วนยำสาหร่ายก็ปกติทั่วไป ที่พอจะเชิดหน้าชูตาก็ซูชิแซลมอน กับปลาซาบะดองนั่นล่ะ
ของหวาน สั่งถั่วแดงน้ำแดงมา กินแบบ.......ฝืนใจกินสุดๆ เพราะรู้สึกอึดอัดมาก แทบจะกลิ้งออกมาจากร้าน ต้องโทรให้ป้าซื้ออีโนมาด่วน เพราะหายใจไม่ออก คราวหน้าจะกินดูตาม้าตาเรือก่อนนะ !!!
8 กันยายน 56

วันนี้ถามเจ้าหมูดำจะกินอะไรไม่ยอมตอบ ผมกับป้าเลยเดินเข้าไปกินสเวนเซ่นกัน เจ้าหมูดำก็นิ่งอีก.....เออ ไม่กินดีไม่เปลือง จ่ายเงินออกจากร้านถึงมาบอกว่าอยากกินคำพูน ป๊าดดดดดดดด
ป้ายังไม่ออกเจ เลยต้องแยกกันสั่ง 2 คนกินบุฟเฟ่ต์ อีกคนสั่งแบบปกติ เจ้าหมูดำสั่งมาหลายอย่าง ดูแล้วก็เมนูเดียวกับที่กินเมื่อวานที่ร้านไก่ย่างนิตยานั่นล่ะ(แล้วจะกินอีกทำไมฟะ)
ผมสั่งเกี๊ยวหมูมา ทอดใหม่ร้อนๆแต่เหมือนจะรีบไปหน่อย อมน้ำมันเชียว - -"
คอหมูย่าง แทบไม่มีมันเลย เซ็ง - -" 
ยำปลาดุกฟู อันนี้ทอดได้กรอบสะใจดี ไม่อมน้ำมันด้วย ตกลงคนทำคนละคนกับเกี๊ยวใช่มั้ยเนี่ย ^^"
ปีกไก่ทอดน้ำปลา เจ้าหมูดำชอบอันนี้สั่งไป 4-5 รอบได้ หลังอาหารเซ็ทนี้เหมือนแม่ครัวเครื่องน็อคหรือเปล่าอาหารช้ามาก หายไปร่วมครึ่งชั่วโมงได้....
ต้มยำกุ้ง มาแบบไซด์มินิ พอดีคำ กะทิข้นดีครับ รสชาดกำลังดีเด็กกินได้ อันนี้ผ่านเลย
ไส้กรอกอีสาน สั่งมาลองดู ธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ
ไอติมกะทิทรงเครื่อง ด้วยความเสร่อของผมเอง เห็นมีไอติมในบุฟเฟ่ต์ไม่ได้ถามเค้าก่อนว่ามีรสอะไรมั่ง ไปสั่งว่าเอาไอติมกะทิ เค้าเลยมาแบบอลังการมากมีนมราด มีท๊อปปิ้งเยอะแยะ พอคิดเงินมาดันอยู่นอกเมนูบุฟเฟ่ต์ แล้วก่อนหน้าตรูจะกินสเวนเซ่นมาทำป๊ะอะไรฟะ........
9 กันยายน 56

กลางวันนี้เปี๊ยกโทรมาชวนไปกินข้าวกลางวัน เราก็ไปกันไม่ไกลจากที่ทำงานผมเท่าไหร่ เพราะเปี๊ยกมาอบรมใกล้ๆนี่เอง มาที่ร้านโอโตยะ

เปี๊ยกสั่งซุปเต้าหู้มากินเล่น รสชาดดีเหมือนเดิมใครับ ผมว่ากลมกล่อมกว่าสาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าอีก ที่โน่นเหมือนจะจืดไปนิดๆ
มันโอโทโระ เป็นมันญี่ปุ่นบด ดีต่อสุขภาพ ไว้ราดข้าวกินกับโชยุ

พูดถึงมันญี่ปุ่นมีเรื่องฮาๆ แม่ผมเคยซื้อมันญี่ปุ่นมาคิดว่าน่าจะเอามาทำมันเชื่อมได้ ผลปรากฎว่าเละเป็นโจ๊ก เพราะมันคนละชนิดกัน
วันนี้ผมสั่งชุดไก่ทอดกับหอยเชลล์ซอสนันบัง เป็นซอสหวานๆครับ รสชาดีเหมือนเคย ที่น่าสังเกตเหมือนคราวที่แล้วคือ เค้าเปลี่ยนเครื่องเคียงใหม่ มีไข่ตุ๋นมาแทน(น่าจะเปลี่ยนถาวรละ)
หน้าตาดีมั้ยเอ่ย อิอิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

Ootoya ส่งท้ายเดือนสิงหาคม 56

31 สิงหาคม 56

มีเด็กร้องอยากกินโอโตยะ ไอ้ผมก็อยากกินชาบูมากกว่าเพราะไม่ได้กินนานมาก โอโตยะหลังๆนี่ทำบ้านเราเซ็งตลอด อย่าง อาหารหมดมั่ง ที่นั่งเต็มมั่ง และค่าอาหารขึ้นราคาแบบน่าตกใจ มาคราวนี้วัดดวงอีก กะว่าถ้าอะไรหมดอีกตรูออกจากร้านแน่้ๆ

สั่งอาหารไปมีครบทุกอย่าง ซวยไป.......ป้าพุงห้อยกับเจ้าหมูดำสั่งอาหารเดิมๆ ส่วนผมไม่ได้กินซุปกิมจิมานานเลยสั่งดู

ทดลองถ่ายรูปจากมือถือใหม่ ภาพออกมาไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่ได้ดังใจอยู่ดี...
ชามเหมือนจะใหญ่ขึ้น(หรือเปล่า?) แต่ที่แน่ๆมาแบบเดือดฝุดๆเลย ต้องรอให้อาหารเย็นก่อน (ไม่งั้นปากพอง) เมื่อก่อนกินทั้งชุดราคาประมาณ 240 บาท ตอนนี้เหยียบไปชุดละ 320 บาทแล้ว (-_-)" รสชาดก็อร่อยเหมือนเดิม
เครื่องเคียงเปลี่ยนไปจากเดิม มีบางอย่างหายไป แต่มีไข่ตุ่นมาแทน(ไม่อยากได้......) รู้สึกเหมือนโดนปล้นยังไงชอบกล อย่างของเก่าถ้าเราสั่งอาหารที่เป็นน้ำๆ เช่น อุด้ง หรือซุปอะไร เค้าจะมีเครื่องเคียงอื่นๆมาให้ แต่วันนี้ผมสั่งซุปกิมจิ ดันมีน้ำซุปเผือกมา(แปลกจัง)
ตั้งแต่เซ็นทรัลซื้อกิจการไปเหมือนจะแย่ลงหลายอย่าง ทั้งปริมาณอาหารน้อบลง ราคาแพงขึ้น อาหารมีไม่ครบ การบริการช้าดูเอื่อยๆลง

ผักดองเดิมจะมี 4 - 5 ชิ้น นีั่เหมือนวิญญาณผัก ให้แบบนี้อย่าให้ดีกว่า ...........

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

18 สิงหาคม 2556

18 สิงหาคม 2556

วันอาทิตย์นี้ว่างเพราะครูพีชที่สอนเปียโนลา เจ้าหมูดำอยากไปวัดมาก ป้าเลยวางแผนจะไปทำบุญที่นั่นที่นี่ แต่ไปมาๆสุดท้ายเปลี่ยนแผนอีก เพราะจะไปหาพวกนัตติ้งมาลองหัดทำ ก็มีร้าน PINN SHOP

มาถึงเที่ยงพอดีเราก็มาหาอะไรกินก่อน เถียงกันนานสุดท้ายมาที่ร้านนี้........
ON THE TABLE ร้านอาหารที่เราอยากมาซ้ำกันหลายๆรอบ มีเมนูที่เราอยากกินหลายๆอย่างเลย วันนี้ไปคนไม่เยอะมากพอมีที่นั่งครับ ทีว่าโชคดีเลย
สปาเก็ตตี้เขียวหวานเห็ด ป้ายังกินเจไม่กินเนื้อเลยสั่งเมนูนี้มาครับ หน้าตาออกลูกผสมหลายชาติ ทั้งอิตาเลี่ยน ญี่ปุ่น และไทย ป้ากินได้ครึ่งจานก็ไม่ไหวครับ ให้เยอะมาก เกล็ดขาวๆที่โรยด้านบนเป็นชีส หอมกลิ่นชีสฟุ้งปากมากๆ
พนักงานเอาจานและช้อนส้อมมาให้ อาวุธพร้อมแบบนี้ก็เตรียมลุยเมนูต่อไป.........
เจ้าหมุดำสั่งเมนูเดิมที่กินคราวก่อน สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง หน้าตาหล่อเลย ^^
ของผมสั่งแกงกะหรี่หมูทอดชีส ไม่แน่ใจคราวก่อนกินอันนี้อ๊ะป่าว? จานเดียวนี่จุกไปเลย จานใหญ่มากๆ รสชาดก็นุ่มนวลสุภาพครับ 
ตกเย็น ย่าปูโทรมาบอกจะเลี้ยงไอติม เราไม่อยากขัดศรัทธา เลยต้องจัดอีกมื้อที่บิ๊กซีแถวบ้านเรา บ้านเรามาถึงก่อนสั่งก่อนได้เปรียบเลยจัด earthquake มา..........
กินกันอิ่มหนำสำราญกันไป
ช่วงกลางวันลังเลๆจะซื้อมือถือใหม่ดีมั้ยเพราะของเดิมชาร์ทแบตไม่เข้าแล้ว แต่ไม่ได้เอามา กินไอติมเสร็จตอนค่ำเลยไปศูนย์ดีแทคในบิ๊กซี ปรากฎมีของและโปรลดราคาเลยไม่รอช้า จัดมา 1 หน่วย.....เป็นหนี้กันต่อไป

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

6 สิงหาคม 2556

11 สิงหาคม 2556

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาป้าพุงห้อยพาไปเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ผ่านมา(6 สิงหาคม 2556) ตอนเช้าผมต้องพาเจ้าหมูดำไปเรียนเปียโนก่อน ซึ่งเมื่อวาน(วันเสาร์ที่ 10) ย่าปูพาไปเที่ยวอัมพวา ตากแดดทั้งวัน กลับมาเปื่อยเลย ถามเจ้าหมูดำหลายรอบว่าจะกลับบ้านมั้ย? แต่เจ้าตัวยืนยันจะกินข้าวกับแม่ก่อนค่อยกลับ เราจึงไม่ขัดศรัทธา
มาที่ร้านโอโตยะ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เหมือนเดิม ป่วยๆแบบนี้ต้องซัดชาเขียวร้อน แก้ขัดไปก่อน ป้าพุงห้อยต้องคอยป้อนอาหารตลอด
เนื่องจากเข้าพรรษา ป้านึกครึ่มอยากงดกินเนื้อสัตว์ให้ได้นานๆ จึงเป็นที่มาของเมนูไร้เนื้อสัตว์ทั้งหลาย อันนี้เป็นสาหร่ายคอมบุต้มซีอิ้ว ซึ่งปกติจะเป็นเครื่องเคียงกับอาหารชุดครับ(แต่วันนี้ไม่มี) นอกจากสาหร่ายคอมบุแล้ว ยังมีวากาเมะ(สาหร่ายทะเลอีกชนิดเป็นแผ่นยาวๆ) แล้วก็เห็ดหอมและหน่อไม้ กินแกล้มกับข้าวเพลินเลย
สลัดเต้าหู้ โรยปลาข้าวสารมาเพียบ สุดท้ายต้องมาเขี่ยออกเพื่อให้สมกับอาหารเจ  หน้าตาออกไปทางสลัดฝรั่งมากกว่าสลัดแบบญี่ปุ่น
เจ้าหมูดำจะสั่งอะไรไม่ได้นอกจาก อุด้งในซุปไข่ เพราะกินเป็นเมนูเดียว จะกินแบบอื่นก็กินไม่เป็นอีก - -"
ของผมในเมื่อรู้ว่าจะมีคนเลี้ยงเลยขอสั่งของแพงหน่อย วันนี้จัดเซ็ทฮานาบิด้ง ซึ่งประกอบด้วย ข้าวหน้าปลามากุโระ , โทโรโระ(มันญี่ปุ่นบด) , นัตโตะ (ถั่วหมัก) กระเจี๊ยบ สาหร่าย และไข่ลวก
Side Dishes เป็นไข่ตุ๋น อันนี้เจ้าหมูดำชอบกินอยู่แล้ว เลยยกให้ไป

เป็นครั้งแรกที่ได้กินนัตโตะ รู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก มันฝาดๆเฝื่อนๆ (ก็ถั่วหมักนี่หว่า???) กินเปล่าๆนี่ไม่ไหวเลย แต่พอลองผสมกับมันญี่ปุ่นบดแล้วราดซีอิ้วลงไปนี่เข้ากันเลย ส่วนปลามากุโระนี่โอเคครับ เป็นปลาดิบแต่เค้่าเอาไปปรุงรสอีกที(น่าจะดองซีอิ้วนะ ) จริงๆถ้ามีวาซาบิด้วยนี่จะเวิร์คมากกว่านี้อีก ^^
ขอบคุณป้าพุงห้อยสำหรับอาหารมื้อนี้ อร่อยมากมาย ไว้อาทิตย์หน้าจะพาไปเลี้ยงคืนนะ :)