วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

17 กค.ห้างทาเคย่า‏

วันนี้แม่กะลุยเต็มที่ ผมและเจี๊ยบก็กะช๊อปถล่มทลายเหมือนกัน เราศึกษาเส้นทางดีแล้วว่าผ่านแน่นอน เพราะเรารู้วิธีดูแล้วว่ารถไฟคันไหนผ่านไม่ผ่าน เราตีตั๋วแบบมั่วนิ่ม คือ กะราคาตั๋วพอประมาณแล้วไปจ่ายเพิ่มตอนลง เพราะเราอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก เลยต้องใช้วิธีนี้

ยืนรอรถไฟผ่านไป 4 ขบวนไม่ผ่านสถานีที่จะไปเลยตัดสินใจนั่งไปก่อนแล้วไปต่อรถอีกสายที่ชินากาว่า คิดไม่ออกบอกไม่ถูกต้องชินากาว่าเท่านั้น...

ออกจากสถานีเราเดินไปตามลายแทงที่อาปูให้ไว้ พอดีเจอร้านขายซีดีเลยขึ้นไปดู ร้านเหมือนๆเคยเห็นที่ไหน เดินพักนึงเห็นมุมหนังโป๊ อ้าวปีที่แล้วก็มานี่หว่า? เลยออกมา

ข้ามมาที่ห้างทาเคย่า(ตึกม่วง)เราไปตึกผู้หญิงก่อน ขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดแล้วลงมาเรื่อยๆ แวะที่ฝั่งน้ำหอมนานมาก เพราะลดราคากันแบบไม่เกรงใจเงินในกระเป๋าเราเลย...เราเลยสนองด้วยการซื้อมาแบบประชดหลายขวด ถึงขนาดเดินกลับไปซื้อใหม่ 2 รอบ

เดินดูของเห็นของน่าสนใจหลายอย่างโดยเฉพาะถุงผ้า ซื้อมาฝากเพื่อนอีกคนละอัน จากนั้นเดินไปอีกฝั่งจะไปดูของกิน บ้านเราเริ่มหิวกันแล้ว เลยเดินไปหาข้าวกินกัน ของแพงตามเคย เราเลยตัดสินใจกินเมนูสิ้นคิด ราเม็งหยอดเหรียญ เซฟเงินในกระเป๋าไป อ้อ..ที่นี่เค้าไม่กินเส้นราเม็งแบบบ้านเรานะ หลักๆกินเส้น 2 แบบ คือ โซบะเส้นจะเหนียวแต่นุ่ม ไม่สาก กับเส้นอุด้ง เป็นเส้นใหญ่ หนึบหนับดี

บ่ายเราไปห้างทาเคย่าต่อซื้อสารพัดขนม เจอคนไทยกลุ่มนึงแต่แย่มาก ไม่ทักทายแล้วมาเดินดูว่าบ้านเราซื้ออะไรมั่ง พอเราหยิบอะไรก็หยิบตามจ่ายเงินกันเรียบร้อย เดินมาที่สถานีรถไฟ อยากกินทาโกยากิ มีเจ้าอร่อยข้างสถานี ก็อร่อยจริงๆ แล้วก็ซื้อไอติมให้ปูเป้แท่งนึง มีอีกเจ้าขายมันจูเป็นแป้งคล้ายๆโมจิ แต่รสชาดแปลกกว่า อร่อยดี

วันนี้ซื้อของพะรุงพะรังเลยไม่ได้ถ่ายรูป

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

18 กค. โตเกียว






































เช้านี้พ่อผมชาร์ทพลังมาเต็มที่ แต่เราก็ไม่รู้จะไปไหนดี มี 2 เสียงคือโตเกียวทาวเวอร์ กับพระราชวังอิมพีเรียล โตเกียวทาวเวอร์ผมไปไม่ถูก หลงแน่ๆ เลยไปพระราชวังฯเพราะลงที่สถานีโตเกียวแล้วเดินเลาะไปก็ถึง เลยสรุปกันว่าไปโตเกียวดีกว่า

นั่งรถไฟไปลงสถานีโตเกียว แต่สถานีใหญ่มากไม่รู้ออกทางไหน ถามเจ้าหน้าที่ก็ชี้ว่ามีป้ายบอกทางตลอด เราจึงเดินตามป้ายไปเรื่อยๆ เดินๆๆๆๆ จนมาถึงสี่แยกแดดเปรี้ยงเห็นท่าไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนไปเดินสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามดีกว่า เดินเข้าไปเจอทั้งน้ำตกและน้ำพุสวยมาก มีร้านอาหารในนั้นด้วย แต่ทำไมคนนั่งกินข้าวกล่องกับสูบบุหรี่หน้าร้านเต็มเลย เข้าไปดูเป็นบุฟเฟ่ท์หัวละ 2,800 เยน!!!
มิน่า...พ่อผมไม่สนใจนั่งซักข้าวกล่องแถวนั้นไปแล้ว เรา 4 คนเลยนั่งมองพ่อกินอย่างเอร็ดอร่อย เดินถ่ายรูปพักนึงทนหิวไม่ไหวต้องกลับ
































ดูร้านอาหารแถวนั้นไฮโซๆ ท่าทางจะหมดตูด แผนสิ้นคิดของผมกลับมาอีกครั้ง ไปหาร้านอาหารในสถานีรถไฟดีกว่า เราจึงต้องตีตั๋วกลับแล้วเข้าไปในสถานีรถไฟ เดินๆหาร้านเจอแต่ร้านขายขนมกับเบ็นโตะ(ข้าวกล่อง) ไม่ยักมีร้านนั่งกิน เดินๆๆๆนานพอดูก็เจอร้านราเม็งหยอดเหรียญซักคนละชามอิ่มแปล้ ซื้อขนมคนละกล่อง-สองกล่องก่อนกลับบ้าน

































 












 

บ่ายแล้วเวลาเหลือ เราไปเดินเล่นร้านร้อยเยนต่อ เดินจนรู้สึกว่าร้านนี้มีแต่บ้านเรา 4 โมงเย็นเราถึงออกมาจากร้าน แต่ไม่ของมา 5 อย่าง?? เดินข้ามไปฝั่งบ้านเรา เจอร้านแมค เห็นชุดของเล่นน่าสนใจซื้อมาชุด พร้อมไก่ทอดแบบแผ่นเล็กๆ ราคา 100 เยน(เมนูแบบ 20 บาทบ้านเรา) คนขายเด็กนักเรียนพูดอังกฤษชัดถ้อยชัดคำฟังง่ายดี(แถมน่ารัก 555 แม่ค้าที่ญี่ปุ่นนี่น่ารักทุกคน)