วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

4 พย.- ไปเซ็นโตซ่ากัน


หลังจากซัดRoti Johnไปปรากฎอันเดียว 3 คนยังกินไม่หมด(ชิ้นใหญ่เกิน) ผมเลยต้องรับภาระจัดการทั้งหมด ระหว่างที่ยืนปรึกษากันที่สถานีรถไฟหน้าบ้านก็เจอกลุ่มผู้ชาย-ผู้หญิงมองๆหน้าเหมือนคนไทยเลยยิ้มให้ไป ปรากฎว่าขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน

จากนั้นเราก็นั่งรถไฟมาลงที่สถานีHarbourFront เพื่อเปลี่ยนขบวนไปเซ็นโตซ่าอีกที

จากนั้นกลุ่มนั้นก็มาทักเราเป็นคนไทยจริงๆ ก็มาถามว่าเราจะไปเซ็นโตซ่าไปทางไหน ผมก็แนะนำไป(ขนาดยังไม่เคยไปนะ) เพราะเราทำการบ้านกันมาก่อน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป กลุ่มนั้นเข้าไปหาอะไรกินต่อ ส่วนบ้านเรามุ่งหน้าไปเซ็นโตซ่าก่อน แต่ทันใดนั้น...เหมือนRoti Johnจะทำพิษผมซะละ เหมือนท้องเสียอย่างหนักเลยให้ปูเป้กับเจี๊ยบรอในห้างVivo Cityไปก่อน







ระหว่างทำธุระในห้องน้ำผมเอาบัตร Eazylink วางไว้บนกล่องกระดาษทิชชู่ หลังจากเสร็จเรียบร้อยเหมือนของกระเด็นตกพื้นก็ก้มเก็บแต่...บัตรหายไปไหน มองหาทั่วห้องไม่เจอ เดินวนๆหาทุกห้องในห้องน้ำก็ไม่มี เวรกรรม....เหลือเงินเกือบๆ 6S เลยนะ จนครึ่งชม.ไม่เอาละสงสัยคงต้องซื้อใหม่ละ

















จากนั้นต้องขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อไปต่อรถไฟไปเซ็นโตซ่า ขึ้นมาเจอฟู้ดคอร์ทหน้าตาดีทีเดียว

ร้านนี้น่าสน

จะข้ามไปเซ็นโตซ่ามีหลายวิธีนะครับ อย่างรถเมล์ รถกระเช้า เดิน เราเลือกวิธีรถไฟต้องซื้อตั๋วใหม่ที่นี่
ตั๋วนี่มีหลายแบบนะ ทั้งใบเดียวเล่นเครื่องเล่นของเซ็นโตซ่าได้ หรือจะดูหนังอะไรก็มี แต่ผมเลือกบัตรไป-กลับเฉยๆ ส่วนUniversal Studio นี่คนละเจ้านะอย่างสับสนกัน
ซื้อเสร็จก็มาออกประตูนี้ 

รถไฟมาแล้ว


ถึงเกาะเซ็นโตซ่าแล้ว น้ำทะเลเขียวได้ใจมากๆ




















เตรียมสนุกกันได้ เย้ๆๆๆๆ


วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

4 พย.- สัญญาณเตือนภัย

เมื่อคืนระหว่างนั่งโซ้ยไก่ทอด มีโทรศัพท์ดังขึ้นให้เจี๊ยบไปรับ ซักพักเจี๊ยบบอกมาคุยทีฟังไม่รู้เรื่อง ไปรับก็ทางโรงแรมโทรมาบอกชักโครกเสียใช่มั้ย? จะส่งช่างไปซ่อม อืม...จริงๆตั้งแต่เข้ามาก็รู้แล้วว่าเสียกดน้ำไม่ลง แต่เราก็แก้ปัญหาบ้านๆใช้วิธีตัดน้ำราดเอา 555 ช่างซ่อมจริงๆเป็นแขกอินเดีย มีแขกมลายูเป็นหัวหน้า ไอ้ตัวแขกมลายูพยายามชวนเราคุยด้วย แต่...กูฟังสำเนียงมึงไม่ออก ขอโทษที

06.30 มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ดังมากๆทำเอาทุกห้องตื่นขึ้นมา บ้านเราตาลีตาเหลือกเก็บของใส่กระเป๋าลากออกมาจากห้องแล้วตะกายไปทางบันไดหนีไฟ สัญญาณดังเกือบครึ่งชม.ก็เงียบ ไอ้ที่ยืนๆอยู่นี่คนไทยทั้งนั้น สรุปว่าไม่มีอะไรก็ขึ้นไปนอนต่อ


















ไม่ถึงครึ่งชม.สัญญาณดังอีกรอบ คราวนี้ไม่มีใครออกมา ส่วนผมจริง-หลอกไม่รู้ออกมาดูก่อนให้ปูเป้กับเจี๊ยบดูเชิงที่ห้อง มีพี่คนไทยห้องข้างๆลงมาเหมือนกัน แกจะไปออกกำลังกายพอดี ถามโรงแรมก็ปรากฎมีsmoke(ควัน)ลอยที่ชั้น 2 สันนิษฐานว่าช่างที่ไปต่อเติมก่อสร้างชั้น 2 สูบบุหรี่ -__-"

วันนี้บ้านเราออกเช้าหน่อยเพราะนอนไม่หลับกันแล้ว กะว่าจะไปหาอาหารแขกๆกินแต่เช้า ผมเห็นร้านอาหารอินเดียร้านนึงเช้าๆจะมีคนนั่งเต็มร้าน ก็อยากลองอ่ะนะ

จะข้ามถนนต้องรอสัญญาณไฟก่อนนะ

กดปุ่มนี้ บ้านเราก็มี รถที่นี่ดีนะถึงไม่มีคนข้ามแต่ถ้าไฟแดงก็ต้องจอด ทางเลี้ยวถ้ามีคนเค้าจะให้คนข้ามไปก่อน แต่ถ้าไฟเขียวใครข้ามมารถชนก็ไม่ผิดนะครับ คนข้ามผิดแทน ตรงข้ามกับบ้านเราเอาชีวิตคนไว้ก่อน

รถจอดแล้ว

ข้ามได้ละ อ้อ...ที่นี่เค้าวางผังเมืองดีมากๆ รถทุกคันสามารถขับเข้าไปทุกซอยได้และมีไฟจราจรหมด ไม่เหมือนบ้านเรามีซอยแคบๆขนาดเดินชนกันพี่ทั่นยังตัดเป็นถนนได้



มาถึงที่ร้านหน้าสถานีรถไฟชื่อ อิหม่าม ชื่อแขกได้ใจมากๆ ป้ายบอกเปิด 24 ชม.กูมากลางคืนทำไมปิด???
ผมจะสั่งชานมดันไม่มี ก็เอาที่ร้านเค้ามีดันเป็นชาใส่ขิง รสชาดแปลกๆ ((-_-"))

น้ำกุหลาบ เหมือนเฮสบลูบอยใส่นม


อันนี้ชื่อ Roti John สั่งเพราะสั่งไม่เป็น อาบังถามมา 3 คนสั่งอย่างเดียวเหรอ? ก็บ้านกูกินไม่เป็นสั่งมาลองก่อน ขนมปังใหญ่มากๆ ชีสเพียบ ข้างในไส้เหมือนเนื้อแพะแดง คล้ายๆขนมปังหมูแดงใส่ชีสเยิ้มๆ ก็อร่อยดีนะ

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

3 พย.- ตระเวนดูร้านguitar






หม่ำข้าวเสร็จก็เดินลงมาชั้นล่าง มีร้านขนมเยอะเชียวอย่างร้านนี้เป็นร้านฟรุตเค้ก หน้าตาน่ากินมากๆ

อันนี่เป็นขนมที่ต่อยอดจากโรตีบอย ดูดีทีเดียว


จากนั้นว่าจะไปดูร้านกีตาร์ที่Brash Braza ก็เดินออกจากCityhall ก่อน

เดินเลียบโรงแรมราฟเฟิ่ลไป

เจอตึกนี้ ข้ามถนนไปเลย

ลักษณะเหมือนพลาซ่าห่วยๆบ้านเราอย่างบางลำพู หรือประตูน้ำคอมเพล็กซ์ แถมโคตรเก่า

ร้านแรกนี่ขายกีตาร์มือสองผสมกับอุปกรณ์กีฬา ไม่มีอะไรน่าสน
ร้านที่ 2 Swee Lee ร้านชื่อดัง ร้านใหญ่มากๆ แต่ของเหมือนบ้านเรา ราคาพอๆกันเลยไม่ได้อะไรมา


ร้านที่ 3 ของไม่เยอะมาก และไม่น่าสนใจเท่าไหร่

ดูลิฟท์ยังเก่าคร่ำครึ

จากนั้น...ผมจะไปดูต่อที่เพเนซูล่า แต่สองคนนั้นไปไม่ไหวแล้ว ก็เลยแยกกัน ผมไปต่อ ปูเป้กับเจี๊ยบกลับโรงแรม

เดินเลาะไปหลายกิโลแม้วก็เจอถนนNorth Bridge

แขกเพียบ
ลงไปด้านล่างเจอหลายร้านๆ มีร้านซ่อมกีตาร์หลายเจ้า มีร้านนึงขอยแอมป์ DR.Zถูกมากแค่ 2 หมื่น(บ้านเรา 5 หมื่น)

เดินมาเรื่อยๆก็เจอเจ้านี้ Davis Guitar
กีตาร์เยอะมากๆและมีหลายตัวที่บ้านเราไม่มี ราคาก็โอเคอยู่

โดเรม่อนบ้านเราขายเกือบ 4 หมื่น ที่นี่ 2 หมื่นเอง

ตัวนี้ก็งามซะ

เฟนเดอร์รุ่นสะสมแต่...ธรรมดาอ่ะ

อีกร้านนึงเป็นร้านซ่อมด้วย กีตาร์ยำเพียบ

ร้านนี้กีตาร์โปร่งเยอะมาก แต่ไม่น่าสนใจเท่าไหร่

ร้านนี้ขายพวกอุปกรณ์ห้องอัด ดูในเวปมีกีตาร์โปร่งtaylorด้วย แต่วันที่ไปร้านปิด T__T

อยากลองตัวนี้
ร้านDavis Guitar มีอีกจุดขายก้อนๆกับ PRSโดยเฉพาะ

ร้านนี้ขายมือสอง ของเยอะมากกกก มีเอฟเฟคไทยด้วยนะ

กีตาร์โปร่งของสิงคโปร์ งานดี เสียงดีมากๆ(ไม่ได้ลอง เพราะพนักงานเป็นแขก ไม่กล้าลอง 555) ราคาก็ไม่แพงทั้งที่ค่าแรงแพงกว่าบ้านเรา กีตารคนไทยที่ราคาโหดๆระวังตัวไว้

หน้าตาดีมากๆ


ร้านนี้ขายAmp Orange ราคาสวยมากๆ

ร้านทั้งหมดอยู่ใต้ดิน เราก็ต้องขึ้นมาบนดินก่อน
ปล.ชั้น 2 ตึกนี้มีร้านขายรองเท้าพี่เสือด้วย เมมไว้ก่อนๆ


ท้องเริ่มร้อง กินกุ้งทอดก่อน

ยืนมั่วนิ่มกินกุ้งทอดกับพวกแขกแถวนี้

เดินย้อนมาตั้งต้นที่นี่

เราจะไปหาร้าน City Music ก็เดินมาตามถนนอีกรอบ เดินไปกางแผนที่ไป


รถนำเที่ยว

เจออาคารคณะศิลปกรรมของที่นั่น ออกแบบสวยดีนะ


































เจอร้านแล้ว City Music ตั้งใจมาซื้อเอฟเฟค Line6 เดินวนๆในร้านหลายรอบ น่าลองทั้งนั้นอย่างกีตาร์โปร่งMartin รุ่น Eric Clapton กับ John Mayer หรือคีย์บอร์ดKorg สุดท้ายไม่อยากเสียเวลา ขอลองLine 6 ตัวที่เล็ง เมืองไทย 14,000 และไม่มีของ(เลิกผลิต) ที่นี่ 7,xxx ก็เอามาลอง นั่งเล่นไปพักนึงมีแขกมามุงอีกแล้ว(กรูละเบื่อ) เลยรีบๆเล่นมั่วๆ(จริงๆมั่วของแท้ 555) ก็เลิกดีกว่า...สรุปได้ว่าเสียงดี แต่ปุ่มมันก๊องแก๊ง เกรงจะพังคาตีนซะก่อน มิน่าเอามาลดราคา คุยๆกับพนักงานก็เลยสอยสายกีตาร์โปร่งไปหลายชุด โชคดีได้โปรแถม 1 ชุดด้วย ก่อนจากกันเราก็บอกเค้าว่า ร้าน You so good เค้าก็ยิ้มแย้มให้เราและขอบคุณ ครั้งหน้าคงได้ไปเยือนอีกนะ





ด้านบนร้านกีตาร์โปร่งไฮเอนด์ บริการแปลกๆเหมือนจะดี แต่รู้สึกเหมือนไล่ลูกค้าทางอ้อมเลย ได้สายกีตาร์โปร่งมาชุดนึง

ล่างซ้าย...Maestro ได้ลองก็ร้านนี้ล่ะ เสียงดีมากกกก ถ้าไม่ติดซื้อน้ำหอมคงสอยไปแล้ว ขวาร้านกีตาร์เล็กๆเน้นขายเบส

ออกมาเริ่มงงๆทาง

เจอสถานีรถไฟก็ลงไปเลย

ที่ไหนได้ ยิ่งเดินยิ่งงง...

หลงทางเรียบร้อย สุดท้ายต้องออกมาทางเก่า

เริ่มคุ้นละ

เสียค่าโง่ไป 1 S แวะซื้อขนมปังก่อนกลับบ้าน

ตามด้วยไก่ทอดอีกชิ้น

มื้อเย็นวันนี้

อันนี้ของปูเป้ เจี๊ยบซื้อให้

ของผมได้ของมาเท่านี้ เหนื่อยโคตรๆๆ