วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

สิ้นปีเก่าสู่ปีใหม่ 2557

26 ธค.56

วันพฤหัสบดีสุดท้ายของปี(เพราะอาทิตย์หน้าก็ปี 2557 อิอิอิ) มีของขวัญปีใหม่จาก AIS มาแจก เป็นไอติมแม็คนั่มคนละแท่ง ส่วนตุ๊กตานี่ของคนอื่น เอามาถ่ายรูปโก้ๆเฉยๆ ส่วนในกล่องสีแดงเป็นปากกายี่ห้อดังจากโรงงานประกอบรถยนต์ ผมส่งไปให้ที่บริษัทร่วมสนุกจับสลากปีใหม่เรียบร้อย......
27 ธค.56

วันสุดท้ายของการทำงานแห่งปี 2556 วันนี้ไม่มีใครทำงานแล้ว อยากหาอะไรแพงๆกระแทกปากเลยไปจัดชาร้อนของสตาร์บัคมาคลายหนาวซะ.....อุอุอุ
28 ธค.56

วันหยุดวันแรก ไปสิงสถิตย์ที่บ้านปู่แก่ เข้าไปถึงตอนเที่ยงกว่าๆ ปู่แก่และย่าปู ย่าปุ๊ก กินข้าวกันหมดแล้ว ผมกับเจ้าหมูดำเลยต้องขับรถออกไปหาข้าวกินกันสองคนพ่อลูก ตกลงกันว่าจะลองไปร้าน THINK CAFE ดู ร้านอยู่เส้นราชพฤกษ์ หาไม่ยากครับ ถ้ามาจากปิ่นเกล้า จะมีทางซ้ายไปราชพฤกษ์ก็เลี้ยวตามทางไป ข้ามสะพานไปก็ถึงอยู่ซ้ายมือ
มาถึงตอนบ่ายโมง แดดเปรี้ยงเลย ที่จอดรถนี่เหลือเฟือมาก เราก็มาเต๊ะท่าถ่ายรูปซะหน่อย มองจากภายนอกดูแปลกตาดีครับ ร้าน THINK CAFE ตู้คอนเทรนเนอร์จะสีขาวสะดุดตาเลย
การตกแต่งร้านออกแนวน่ารักๆ พื้นที่ไม่เยอะเท่าไหร่ เราต้องสั่งอาหารตรงนี้ แล้วก็ไปเลือกหาที่นั่งจากตู้คอนเทรนเนอร์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงครับ ติดกับร้านมีตู้คอนเทรนเนอร์แบบโซฟา แต่เสียดายที่เต็มหมด สุดท้ายเราเลยไปนั่งกันที่ตู้สีเขียวด้านบน
สั่งไป 2 อย่างรวมเครื่องดื่ม 600 บาท(อิ่มเลย T T)  ของหมูดำเป็นTeddy cake เป็นเค้กช็อคโกแล็ตแต่งหน้าตาน่ารักเลย เจ้าตัวบ่นๆว่าเค้กขมไปนิด.....
THINK chocolate signature เมนูเครื่องดื่มของเจ้าหมูดำ ดื่มไปได้นิดเดียวต้องพอเพราะหวานจัด(เจ้านี่เรื่องมากที่สุดละ -"-)
ของผมสั่ง Japanese Fruit Crepe ครีมสดกับผลไม้อย่าง กีวี แก้วมังกร เข้ากันได้ดีครับ สดชื่นจริงๆ กินจานนี้แล้วแทบไม่ต้องกินข้าวเลย อิ่มมาก ><"

MATCHA GREENTEA อันนี้ของผมเอง ชาเขียวเข้มได้ใจดีครับ หอมกลิ่นใบชา แต่ผมว่ายังไม่นุ่มนวลและกลมกล่อมเหมือน STARBUCKS (ราคาเท่าๆกัน) นะ
29 ธค.56

วันนี้รวมพลสังสรรค์กัน มีปู่แก่เป็นเจ้ามือ วันนี้มีย่าปุ๊ก ย่าปู ปู่ป๋อง ย่าตา อาปุ๋ย อาปิ๊ก ป้าพุงห้อย และเจ้าหมูดำ  มาฉลองปีใหม่กันที่ร้านสวนกุหลาบ ซอยอารีย์ ซึ่งตอนแรกเราจองโต๊ะไว้ ทางร้านเค้าก็จัดห้องไว้ให้เรา แต่ด้วยความที่ห้องมันแอร์เย็นจัดมาก สุดท้ายเราต้องเผ่นออกมานั่งข้างนอกกันหมด.....
สั่งอาหารมาหลายรายการมากจำไม่ได้ พวกเราลงความเห็นกันว่า อาหารทุกจานรสชาดผ่านหมด แต่ไม่ถึงขนาดโดนใจให้ 5 ดาวซักเมนู บางจานราคาดูเกินจริงไปหน่อย อย่างหมูสะเต๊ะชุดละ 90 บาท(มี 10 ไม้) 
30 ธค.56

วันนี้มาบ้านปู่แก่อีกวัน(จริงๆมาทุกวันเลย อิอิ) ปกติปีก่อนๆเราจะไปเดินเล่นตามห้าง ห้างละวันแต่ก็ไม่ได้อะไรจริงๆ ผมรู้สึกดีใจที่มีครอบครัวที่เข้าใจผมและคอยสนับสนุนและเมตตาผมและเจ้าหมูดำ ถ้าไม่มีปู่ป๊อด ย่าอ้วน ปู่แก่ ย่าปุ๊ก ย่าปู ปู่ป๋อง ย่าตา อาปุ๋ย และอาปิ๊ก......เจ้าหมูดำคงไม่มีโอกาสดีๆเช่นนี้ ขอบคุณครับ :)

ตอนกลางวันมีข้อความจากที่ทำงานให้ไปส่งงานด่วน เลยต้องขับรถจากบ้านปู่แก่ขึ้นทางด่วนมาที่เมืองทอง โดยมีป้านั่งมาเป็นเพื่อน ขากลับเราชะล่าใจไปหน่อย ลงทางด่วนยมราชลงไปปุ๊บเจอม็อปปั๊บแทบไม่ขยับเขยื้อนเลย กว่าจะหาทางกลับมาได้แทบร้องไห้....

วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาไหว้พระมั่ง มาที่พุทธมณฑลกัน ออกมาก็บ่ายกว่าๆละ แวะกินก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อแถวพุทธมณฑล อร่อยมากๆ โดยเฉพาะน้ำซุปนี่แทบไม่ต้องปรุงเลย(วันหลังไปใหม่ อิอิ)

จากนั้นเราก็มาทำบุญไหว้พระส่งท้ายปีเก่ากัน............
 31 ธันวาคม 56

มาบ้านปู่แก่อีกแล้ว อิอิ วันนี้ย่าปู ย่าปุ๊ก และอาปุ๋ยจะไปสิงคโปร์ เราเลยมานอนเป็นเพื่อนปู่แก่ กลางวันก็ไปกินอาหารกันแถวตลิ่งชัน(ตามรูป)
ตกดึกน้าต้น เพื่อนคณะนิเทศฯ สมัยเรียนมหาลัย ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับปู่แก่ โทรมาให้ออกมาฉลองกันหน่อย เลยออกมาสังสรรค์กัน ผมเห็นน้าต้นนานมากครับตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 (2538) มารู้จักกันจริงจังๆตอนเรียนปี 2 เพราะเป็นเด็กกิจกรรมเหมือนกัน ผมอยู่ชมรมดนตรีสากล ส่วนน้าต้นอยู่ชมรมประชาสัมพันธ์ นั่งได้ไม่ถึงเที่ยงคืนดีก็ต้องขอตัวก่อนเพราะง่วงนอนมาก แฮะๆๆๆ
1 มค.57

สวัสดีปีใหม่
ตื่นมานอนหลับแอ้งแม้งที่บ้านปู่แก่ ตอน 6 โมงเช้าที่หมู่บ้านเค้าทำบุญ(ตรงที่เรานั่งฉลองกันเมื่อคืนนี่ล่ะ) เราตื่นไม่ไหว เช้ามานี่ก็วางแปลนว่าจะไปเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้ทาง AIS และไทยประกันชีวิต เค้ามีกิจกรรมฉลองปีใหม่ที่นี่กัน

ทีนี้ไอ้ครั้นจะถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตเข้าเมืองก็ยังไง จะเอารถขับมาก็กลัวจะเจอม๊อปไหนจะเอารถมาคืนปู่แก่อีก เลยตัดสินใจทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แล้วมาแต่ตัว โชคดีที่เจอน้าต้นปากซอยหมู่บ้าน น้าต้นเลยมาส่งที่ท่ารถเมล์ให้ ขอบคุณอีกครั้งค้าบบบ
ป้าพุงห้อยกับเจ้าหมูดำอยากทำบุญ เราเลยแวะที่วัดปทุมวนารามฯ ที่นี่มีคนมาทำบุญกันเยอะเลย วัดเค้าก็จัดระเบียบดีครับ อย่าทำสังฆทานทางวัดก็มีให้ และไม่บังคับว่าจะบริจาคเท่าไหร่

จริงๆตั้งใจจะกันโมโมฯกัน แต่เกิดเหตุการณ์งี่เง่าขึ้นมาจนไม่ได้กิน เราเลยไปกันที่ร้านซาโบเต็น เสียเวลารอแค่แป๊บเดียวเท่านั้นก็ได้กินแล้ว(ไม่เหมือนไอ้ร้านก่อนหน้านี้ หึหึหึ) แล้วก็บริการดีมากๆแล้วคนจะแน่นร้านก็ตาม ถ้าอาหารอร่อย แต่บริการสุนัขไม่เห่าก็ไม่มีลูกค้าหรอกครับ หึหึหึ

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กินข้าวกันสองพ่อลูกปลายปี 56 @Ootoya Central Pinklao

15 ธันวาคม 2556

วันนี้พาเจ้าหมูดำไปเรียนเปียโนเสร็จ ตัวผมอยากกินโอโตยะเลยแวะมาที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า นั่งดูเมนูเหมือนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง มีเมนูใหม่ๆเพิ่มขึ้น ภาชนะจานใหญ่ขึ้น ดีไซน์จานชามเหมือนพวกร้านอาหารฝรั่งมากกว่า แต่นั่นไม่สำคัญเท่ารสชาด การบริการและราคาเท่าไหร่

ผมสั่งหมูผัสซอสคุโรสุ รู้สึกว่ารสชาดไม่จัดจ้านเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก ยังเป็นอะไรที่รับได้อยู่

แต่........ที่รู้สึกหงุดหงิดจนเหลืออด ต้องไปโวยที่เวปเพจร้านคือ ซุปที่มีมาให้มันไม่อร่อยจริงๆ คือ มีวากาเมะ , มันฝรั่ง และหอมหัวใหญ่มาให้ ซึ่งยังงงๆว่าไอ้มันฝรั่งกับหอมหัวใหญ่มาได้ไง แถมยังไม่สุก ดิืบๆอยู่เลย หวังว่าคราวหน้าคงไม่เจออะไรแบบนี้อีกนะ - -"

สลัดผักมาแบบสดมากๆ ชิ้นใหญ่โคตรๆกัดกินกันมันส์ไปเลย.......

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กินปลาดิบกับน้าตุ้ม @คุโรดะ เอกมัย

30 พย.56

วันเสาร์นี้เย็นนี้มีนัดกับน้าตุ้ม หรือ น้าท็อป เพื่อนเก่าแก่คณะนิเทศฯ สมัยเรียนมหาลัย น้าจะแต่งงานวันที่ 14 ธันวานี้ที่น่าน ถามน้าว่าจะมีเลี้ยงที่กรุงเทพฯมั้ย? น้าบอกไม่มี เลยถามน้าคำสุดท้ายว่า อย่างน้อยจะมีกินข้าวกันมั่งมั้ย? น้าบอกนัดมาๆ จึงเป็นที่มาของการนัดกินข้าวครั้งนี้

นัดกันที่ร้านคุโรดะ เอกมัย ผมขอป้ากับเจ้าหมูดำมาด้วย เพราะไม่เคยพามากินเลย เราก็นั่งรถไฟฟ้ามาจนสถานีสุรศักดิ์ ใช้เวลาพักนึงก็มาถึงน้าตุ้มและว่าที่เจ้าสาวก็มารอแถวนั้นอยู่แล้ว
น้าวันนี้ดูสุขุม (และขี้เก๊ก) ขึ้นครับ สมกับวัย??? ขอให้น้าและแฟนน้ามีความสุขในการใช้ชีวิตคู่นะครับ
ขากลับแวะไปเดินเอกมัยเก็ทเวย์ เพราะเจ้าหมูดำอยากไปเล่นของเล่น ถึงบ้านก็สามทุ่มกว่า ใช้เวลาและการเดินทางได้คุ้มค่ามากๆ

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

8 พย.56 @Momo Paradise CTW

8 พย.56

เกิดเป็นคนแสนยุ่งนักหนา วันนี้ขอบ่นอะไรหน่อยนึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับอะไรบางอย่างเหลือเกิน

ขอย้อนเล่าเรื่องนี้หน่อยครับ

ปี 45-46 ผมยังทำงานโรงงานที่สมุทรปราการ วันนั้นขับรถไปงานแต่งงาน
คนที่ 1       : ทำงานที่ไหนวะ
ผม             : โรงงานแถวสมุทรปราการ อ่ะนี่นามบัตร...
คนที่ 2-3-4 : เข้ามามะรุมมะตุ้มในทันที (กลายเป็นเทพในบัลดล)


ปี 48 ตอนนั้นผมออกจากงาน(ตกงาน) เพื่อมาวัดดวงหางานใหม่และเรียนต่อ
คนที่ 1        : ทำงานที่เดิมหรือเปล่าวะ
ผม              : ออกมาแล้วอ่ะ ตอนนี้ตกงานอยู่
คนที่ 1และคนอื่น : จบบทการสนทนาทันที (กลายเป็นหมาหัวเน่า)


ปี 49 ผมเข้ามาทำงานที่ธนาคารแล้ว แต่อยากลองดูน้ำใจคน ลองเปลี่ยนคำตอบดูซิว่าจะเป็นอย่างไร
คนที่ 1       : เป็นไงมั่ง หางานทำได้หรือยังวะ?
ผม             : ทำแล้ว บริษัทเล็กๆแถวซอยอารีย์อ่ะ
คนที่ 1       : ก็ดีแล้วจะได้ไม่เป็นภาระพ่อแม่ (-_-)"


ปี 51-52 สมัยที่ผมยังทำงานอยู่แถวซอยอารีย์ บทสนทนาหนึ่งซึ่งเกิดกับตัวผมเอง
กริ๊งงงงงงงงงง (เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น)
ผม             : สวัสดีครับ
ปลายสาย : ที่ธนาคารเมิงเค้าให้คนนอกเอารถเข้าไปจอดได้มั้ย?
ผม             : เอ้อ ไม่ได้นะ เค้าให้สิทธิเฉพาะคนในตึกจอดได้อย่างเดียว
ปลายสาย : งั้นใช้สิทธิืมึงจองได้มั้ย?
ผม             : เฮ้ยยย จองอ่ะได้แต่เค้าต้องจับสลากนะ ไม่ใช่ว่าจองแล้ววจะได้จอดเลยทุกคน
ปลายสาย : ตรู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผม             : นึกในใจ.......ไอ้เวร


เหตุการณ์ต่อมา ผมไปเจอคนกลุ่มเดิม บทสนทนาวายวอดเริ่มต้นอีกครั้ง
คนที่ 1      : งานที่กรูทำจะหมดสัญญาปลายปีว่ะ กรูอยากทำฝ่ายกฎหมายที่ธนาคารมึง ช่วยฝากกรูหน่อยซิ
ผม            : แล้วอยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ?
คนที่ 1      : ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย
ผม            : (นึกในใจ.....มึงคิดว่ามึงจบฮาวาร์ด หรือ เบิร์คลี่ย์มาหรือไง) แล้วอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ล่ะ?
คนที่ 1      : กรูไม่หวังมากขอแค่ 60,000 พอ
คนที่ 2-3-4-5 : เฮ้ยมึงก็ช่วยเพื่อนแค่นี้จะ้เป็นไรไปวะ 555
ผม            : หึหึหึ................(นึกในใจพ่องเมิงดิ่)


เหตุการณ์ต่้อมา เหมือนเหตุการณ์ที่แล้วไม่มีผิด
คนที่ 1     : กรูไปสมัครที่ธนาคารมึงผ่านเวปไซด์แล้ว ไม่เ้ห็นเค้าเรียกกรูเลย
ผม           : มึงกรอกว่าไงมั่ง
คนที่ 1     : กรูขอไปนิดเดียวเอง ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย , เงินเดือน 70,000 , ค่าน้ำมันรถ ,
                   รถประจำตำแหน่ง ,Smartphoneพร้อมค่้าโทรศัพท์ , ค่าตำแหน่งอีก 15,0000 ฯลฯ
คนที่ 2-3-4 : มึงไม่้รู้จักกับคนในฝ่ายกฎหมายเหรอ ฝากเพื่อนหน่อยซิวะ
ผม           : หึหึหึ................(นึกในใจ ไอ้ฟราย !!!)

เดือนที่แล้ว มีอะไรงี่เง่าเข้ามาให้รกสมองต่อ
ติ๊งต่องงง (เสียงLine ดังจากโทรศัพท์มือถือ)
คนนั้น      : ที่ดินของพ่อตาแม่ยายมึงเค้าจะขายมั้ยวะ?
ผม           : มีอะไร?
คนนั้น      : รถไฟฟ้ามันจะตัดผ่านเส้นนั้นพอดี กรูไปที่กรมที่ดิน ที่พ่อตาแม่ยายมึงจะอยู่ติดรถไฟฟ้าพอดี
                   ทำเลสวยเลย
ผม           : แล้วไง?
คนนั้น      : กรูอยากจะซื้อแล้วไปทำคอนโดว่ะ เดี๋ยวกรูแบ่งเปอร์เซ็นให้
ผม           : อย่าให้กรูยุ่งเลย เรื่องสมบัติของเค้ากรูไม่อยากยุ่ง
คนนั้น      :  เฮ้ยยย ต่อไปมึงสบายแล้วนะ เดี๋ยวก็ตกเป็นของมึงแล้ว
ผม           : ก็อย่างที่บอก ของทางโน้นกรูไม่ยุ่ง มันไม่ใช่ของๆเรา อย่าไปยุ่งดีกว่า
คนนั้น     : ไม่ตอบกลับมาอีกเลย


นี่เป็นเพียงเหตุการณ์ส่วนนึงเท่านั้น ล่าสุด ได้ยินคำบอกกล่าวจากคนๆนึงเล่าให้ฟังว่า คนนึงในกลุ่มนี้จะเลิกคบผมเพราะผมไม่สนองความต้องการของมันได้??? (ตกลงผมเป็นขี้ข้าพวกมันไช่มั้ย?) ที่ผ่านมาผมก็อยู่ตัวคนเดียวมาหลายสิบปี ไม่เคยมีใครคิดจะติดต่อมา ผมก็อยู่ของผมได้กับสังคมใหม่ๆมาตลอด

เอาเรื่องนี้มาปรึกษาป้าที่บ้าน และรุ่นพี่คนนึง ให้คำแนะนำเหมือนกันว่า จะไปแคร์มันทำไม เราทำตัวเราให้ดีที่สุด ชีวิตใครชีวิตมัน เราไม่ได้ขอใครกิน แค่นี้ก็พอแล้ว
ขอโทษที่บ่นมาเยอะครับ แต่เหลืออดจริงๆ มาเข้าเรื่องกินกันดีกว่า...............

เมื่อวันที่ 8 พย.ผมลาพักร้อน เนื่องจากเดิมตั้งใจจะลาวันศุกร์ที่แล้ว แต่โดนที่ทำงานดักคอซะก่อนว่า "ขนาดผมป่วยยังมา 5-6วันยังมาทำงานตลอด" ประโยคนี้เป็นผลให้การจะลาพักร้อนในวันศุกร์ก่อนต้องชะงักไป

วันที่ 8 พย.นี่เลยต้องหยุดหน่อย ทั้งปีเพิ่งได้หยุดแค่ 2 วันเอง กะว่าจะไปเดินเล่นแถวทองหล่อ สุขุมวิท ไปหาของกินอร่อยๆมั่ง ให้รางวัลกับชีวิตตัวเองหน่อย ไหนๆปีนี้ก็ไม่ได้ไปเที่ยวเมืองนอกละ -"-

นั่งศึกษาเส้นทางแล้วก็ยังงงๆอยู่ดี เพราะทองหล่อเท่าที่ดูมันต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงแล้วต่อมอเตอร์ไซด์เข้าไปอีกไกลเลยล่ะ จะเบื่อเมืองไทยก็ตรงนี้ล่ะ จะไปไหนแต่ละที่ถ้าไม่มีรถส่วนตัวการคมนาคมก็ห่วยแตกจริงๆ

สุดท้ายตัดสินใจมาที่ CTW ที่เดิมที่คุ้นเคย เดินๆอยู่พักใหญ่ผ่านหน้าร้านMK GOLD เค้ามีบุฟเฟ่ต์เฉพาะวันธรรมดาด้วยนะ หัวละ 450 บาทที่เพิ่มมาเห็นมีปลาแซลมอน กับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แต่ดูๆแล้วคงใช้เวลานานกว่าจะต้มเสร็จ กินคนเดียวคงวุ่นน่าดู ตัดสินใจมาที่ร้านMOMO PARADISE ดีกว่า

ขึ้นมารอแป๊บเดียวครับ วันธรรมดาคนไม่เยอะเท่าไหร่ เลือกสั่งสุกี้ยากี้ อยากกินหมูดำคุโรบุตะกับเห็ดๆทั้งหลาย ชอบตรงที่หมูเค้าเกรดดีและสม่ำเสมอมากๆ หลายๆครั้งที่มานั่งกินที่นี่คนจะเข้าออกที่ร้านตลอด และจะมีลูกค้าต่างชาติ รวมถึงคนญี่ปุ่นเสมอๆ นั่นแสดงว่ามาตรฐานร้านเค้าต้องดีพอสมควร ^^
เค้าเอามาเสิรฟ์อย่างละถาดก่อนครับ อันนี้ไม่ซีเรียสค่อยๆกินไป เนื้อวัว 2 ถาดแรกแฮปปี้มากครับ มีมันแทรกด้วยเวลาจุ่มน้ำร้อนแล้วกินมันนุ่มจริงๆ พอสั่งเนื้อถาดที่ 3 เป็นเนื้อสันใน(ไม่มีมันแทรก) รู้สึกมันสากๆไปหน่อย เลยพอดีกว่า
เนื้อหมูดำคุโรบุตะ วันนี้สั่งไปร่วมๆ 5 ถาดได้ แค่กินหมูที่นี่อย่างเดียวผมก็ว่าคุ้มแล้วล่ะ เนื้อนุ่มหวาน กินแล้วลื่นคอจริงๆ มากี่ครั้งๆก็ไม่ผิดหวังเลย :)

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

5 พฤศจิกายน 56

5 พฤศจิกายน 2556

วันนี้เป็นวันพิเศษวันนึงของผมเอง ต้องขอบคุณน้องๆที่ทำงานสำหรับของขวัญ(ป๋ำและแอม) ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ ครอบครัวของผม ถ้าไม่มีครอบครัวที่ยืนเคียงข้าง ผมคงไม่มีวันนี้..........

ขอบคุณจริงๆครับ

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

3 พฤศจิกายน 2013 @Ootoya Central Pinklao

3 พฤศจิกายน 2556

วันนี้เจ้าหมูดำไปเรียนเปียโนเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องพาไป ส่วนป้าขอซักผ้าก่อนแล้วค่อยตามไปทีหลัง ตอนเช้าย่าปูมาทำบุญให้ย่าชวดชิต(วันเกิด)ที่วัดใหม่พิเรนทร์แถวบ้านเรา เลยอาศัยให้ย่าปูไปส่งเจ้าหมูดำที่รร.

แจ้งผลสอบเจ้าหมูดำเสร็จ ย่าปูบอกอยากจะไปเลี้ยงฉลองหน่อย รอแค่เจ้าหมูดำเรียนเสร็จ..........ถึงเวลาจริงเจ้าหมูดำเบี้ยวซะดื้อๆ อยากจะไปร้านหนังสือมากกว่าเลยต้องยกยอดไว้คราวหน้า
เลยมาที่ร้านโอโตยะ ร้านอาหารประจำบ้านเรา มีเมนูใหม่ๆเยอะเลย แต่............ถ้าเราดูรายละเอียดจริงๆมันก็เมนูเดิมๆนั่นล่ะเปลี่ยนแค่ซอส กับการเครื่องเคียงแค่นั้น อุๆๆๆๆ
มาที่ของผมก่อน รู้สึกตัดสินใจลำบากมากในการเลือกเมนู หลายๆอย่างเคยกินไปบ้างแล้ว หลายๆอย่างไม่เคยกินและไม่ชอบเลยไม่สั่ง วันนี้ก็มีคอนเส็พว่าไม่อยากกินอะไรที่เป็นของทอด เพราะช่วงหลังๆในอินสตราแกรมผมโพสรูปอาหารที่เป็นของทอดบ่อยมาก จนมีเพื่อนแซวว่ากินเป็นแต่ของทอด แฮะๆๆๆ

สุดท้ายถึงเวลาจริงก็สั่งไก่ทอดในน้ำซุปหอมหัวใหญ่กับหัวไชเท้าฝน จริงๆอยากสั่งชิคเค่นคัตสึกับบ๊วย ไว้คราวหน้าดีกว่า แฮะๆๆๆ
ไชเท้าฝนกินกับข้าวราดด้วยซีอิ้วเป็นอะไรที่เข้ากันดีครับ รสชาดไม่จัดจ้าน แต่สุภาพ อ่อนนุ่มดี อาหารที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องเป็นปลาดิบและวาซาบิเสมอไปนะ อิอิอิ
เจ้าหมูดำสั่งกุ้งคลุกเกล็ดขนมปังทอด เป็นครั้งแรกที่มาร้านนี้แล้วเจ้าหมูดำสั่งอย่างอื่นของจากอุด้งในซุปไข่ กุ้งเค้าใช้ไซด์ไม่ใหญ่มากครับเลยต้องอัดหลายตัวหน่อย ทอดได้กรอบดี กินคู่กับไข่ต้มบด......แปลกไปหน่อย - -"
ในเซ็ทมีสลักผักด้วยครับ ผักเป็นแบบออแกนิค ดูค่อยสมราคา ไฮโซ และมาตรฐานหน่อย ผิดกับของเจ้าเมื่อวานที่เรากินลิบลับ..............
ของป้าสั่งหมูคุโรสุรสเปรี้ยวหวานรสชาดอร่อยเหมือนเดิมครับ แต่ตัวจานทีี่ใส่ผัดเปรี้ยวหวานดูใหญ่ไปอ๊ะป่าว? แทบจะล้นออกมานอกถาดเลย
ปิดท้ายก่อนกลับบ้านด้วยชาเขียวร้านชาโฮ ชอบที่ราคาไม่โอเวอร์จนเกินไปและรสชาดก็เทียบได้กับร้านกาแฟชื่อดัง :)

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นี้คืออัลไล???

2 พฤศจิกายน 2556

วันนี้เจ้าหมูดำถูกป้าทิ้งให้อยู่บ้าน พยายามปลุกให้ตื่นจากที่นอนก็ไม่สำเร็จ แถมตอนเช้าผมต้องไปจ่ายค่าเทอมและรับสมุดพกให้เจ้าหมูดำด้วย เลยต้องไปรร.คนเดียว ทิ้งเจ้าหมูดำไว้กับย่าอ้วน

จ่ายค่าเทอมและรับสมุดพกเรียบร้อย.........กลับมาถึงบ้านก็ยังไม่ยอมตื่น กว่าจะลากออกมากินข้าวเช้า , อาบน้ำแต่งตัวได้เกือบๆบ่ายโมง เผอิญต้นเดือนผมต้องไปทำธุรกรรมที่ธนาคารและจ่ายค่าโทรศัพท์ด้วย เลยต้องพาเจ้าหมูดำมาที่ห้างอีกที

มาถึงห้างก็ทะเลาะกันหน้าร้านอาหารอีก จะกินอะไรกันดี???
เจ้าหมูดำอยากกินปลาดิบ ไปด้องๆมองๆหน้าร้านเซนตั้งนาน เลยพามาฟูจิ บ้านเราไม่ค่อยได้มากินร้านนี้เท่าไหร่ ด้วยความที่คิวเยอะ อาหารได้ช้าและราคาแพงเกินเหตุ

วันนี้มาก็คิวยาวเหมือนกัน มากัน 2 คนพ่อลูกได้โต๊ะใหญ่ นั่งดูเมนูกันสองคนร่วมครึ่งชั่วโมงได้ ไม่ค่อยมีอะไรโดนๆเลย สุดท้ายเจ้าหมูดำอยากปลาดิบเลยสั่งข้าวหน้าปลาดิบมา ส่วนผมคิดเผื่อสั่งชุดอาหารกล่องฟูจิพิเศษกับปลาดิบไข่ตุ๋นเผื่อเจ้าหมูดำด้วย
หน้าตาเบนโตะดูกร่อยๆเหมือนรสชาดไม่มีผิด ตัวปลาแซลม่อนย่างก็ธรรมดาชืดๆจืดๆ , ทาโกยากิไม่ต้องพูด แป้งแหยะๆไม่กรอบและเย็นเจี๊ยบ , บรรดาของทอดก็ธรรมดาเกินไป , ไก่ย่างกับหน่อไม้ฝรั่งก็บ้านๆไม่น่ามาอยู่ในเมนูได้ , ข้าวญี่ปุ่นถ้าเทียบกับเซ็ทของโออิชิราเม็งก็ดูดีกว่านิดที่ข้าวนุ่มกว่า(นิดนึง) แต่ถ้าเทียบกับร้านอื่นและราคาดูจะห่วยไปถนัดตา
ไข่หวานชิ้นหนาโคตร ทียำสาหร่ายเป็นวิญญาณสาหร่ายแทน......
อันนี้ที่สุดของที่สุดครับ แคลิฟอเนียโรล ปั้นได้เละเทะมาก เหมือนพวกข้าวปั้นตามตลาดนัดมากกว่า ตัวไข่กุ้งเละไม่จับติดข้าวปั้น ตัวข้าวปั้นเองก็บูดเบี้ยวๆ ขนาดไม่เท่ากัน ไส้ก็น้อยมาก

จริงๆที่เละๆนี่ไม่ใช่ว่าผมกินแล้วนะ ไปเทียบรูปบนๆดูได้ หึๆๆๆ
มาที่ข้าวหน้าปลาดิบธรรมดา อย่างที่เค้าว่ากันไว้ว่า รูปเพื่อการโฆษณาจริงๆ คราวที่แล้วผมกินจำได้ว่าปลาชิ้นใหญ่มากๆและรสชาดดีเลย มาวันนี้เจ้าหมูดำกินไปแต่เนื้อปลาที่เหลือไม่แตะต้อง พอเรามากินเองก็เข้าใจลูก

ข้าวจืดมาก จริงๆข้าวควรจะเหยาะน้ำส้มสายชูเพื่อเพิ่มรสชาดบ้างและข้าวให้มาเยอะเกินไป กินปลาหมดก็เท่ากับไม่ต้องกินอะไรเลย.......ฮ่วยยยยย

ไข่หวานก็ชิ้นหนาโคตร ผักกวางตุ้ง แตงกวาดอง ขิงดอง จะให้มาทำไม.....ไม่ได้มากินโต๊ะจีนนะ(เฟ้ย)

สรุป..........ลาขาด ลาก่อน T T