วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

23 พฤศจิกายน 2559 SUSHI EXPRESS

23 พฤศจิกายน 2559

วันนี้ลาครับ มีเรื่องต้องสะสางเกี่ยวกับจัดการมรดกของแม่ ยังคงใช้บริการของสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายของสำนักงานอัยการครับ ค่าธรรมเนียมไม่แพงและแน่นอนกว่า

เช้าไปที่สำนักงานอัยการ ศาลแพ่งธนบุรี นั่งคลำๆรถเมล์พักนึง ไม่ได้ไปนานมาก เสร็จเรื่องก็เที่ยงพอดี

บ่ายนั่งรถเข้าเมืองก่อน มาลงที่ MRT อโศก แวะกินซูชิร้านโปรด Sushi Express

 เป็นร้านที่ผมชอบเพราะราคายุติธรรมดี และของหลากหลาย

วันนี้อยากกินปลาแซลมอน กับปลาแดงๆ(ไม่รู้เรียกว่าอะไร) ซัดไปหลายอยู่ เพิ่มเติมคือ ลองกินกระเจี๊ยบมั่ง



แวะมาร้านพี่เอ ไม่มีใครอยู่ร้านเลยแวะกินชาเขียวหน่อย แฮะๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

19-20 พ.ย.2559 AFTERYOU !!!

19 พฤศจิกายน 2559

วันนี้ตั้งใจจะเก็บของพวกหนังสือพิมพ์เก่าๆ หนังสือที่ไม่ใช่ที่กองบนเตียงไม้หลังบ้านออก เดิมพ่อผมซื้อเตียงไม้จากลำพูนเอาไว้นอนเล่นหลังบ้าน  ไปมาๆแม่ผมเอามาเป็นที่วางของ เก็บหนังสืออ่านแล้วแทนซะงั้น เจี๊ยบเข้ามาอยู่ที่บ้านก็ช่วยสุมเข้าไปๆ นานวันเข้าก็กลายเป็นรกบ้าน 

เช้านี้ตื่นมาด้วยอาการปวดหลัง รู้สึกปวดแบบเยอะเลยล่ะ คงเพราะ1.น้ำหนักตัวที่มากขึ้น 2.สปริงที่นอนที่ยวบ การเก็บของเลยทำด้วยความยากลำบาก ทำได้แป๊บนึงก็เจ็บหลัง ต้องหยุดไปทำอย่างอื่นอย่างเก็บผ้า จัดการเรียบร้อยก็นอนพัก ตื่นมาเที่ยงลวกมาม่ากิน ฟังเพลงที่เตรียมเป็น REFERENCE ในเพลงของตัวเอง จากนั้นก็นับเงินของแม่ที่เก็บไว้ในบ้านเตรียมออกไปฝาก

ออกจากบ้านมา 4 โมงเย็น ผ้าที่แห้งพับเก็บเรียบร้อย ส่วนที่ยังไม่แห้งเก็บในร่ม นั่งรถเมล์มาธนาคารออมสิน เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า นั่งรอคิวอยู่นานใช้ได้ เจี๊ยบมาถึงไปจองคิว AFTERYOU วันนี้ได้กินสมใจซักที คิวรอไม่นานครับ เค้าเรียกค่อนข้างไว เรียก 2 ครั้งแล้วไม่มาตัดออกไม่มีการรีรอ

สองคนนั้นสั่งไปเมนูนึงละ ผมไปสั่งเพิ่มอีกอย่าง เป็นอันว่าข้าวเย็นไม่ต้องกิน ไปหาแถวบ้านละกัน

กลับมาถึงบ้าน กลางคืนก็มานั่งคิดงานต่อ นั่งหาคอร์ดเพลง อ้าว หายไปไหนวะ เลยต้องมานั่งแกะเพลงตัวเองอีก แฮะๆๆ



20 พฤศจิกายน 2559
พาเจ้าหมูดำมาเรียนเปียโนเสร็จแล้วถามว่ากลางวันนี้จะกินอะไร ได้คำตอบว่ามากินฮะจิบัง นั่งกินกันสองคนพ่อลูก เสร็จแล้วเข้ามาบ้านปู่แก่ วันนี้ดูซึปู่แก่ซึมๆชอบกล เรามีภารกิจต้องมาจ่ายค่าต่อเติมคอนโด และดูความคืบหน้าโครงการครับ ดูแล้วก็เรียบร้อยไม่มีปัญหาครับ

จากนั้นไปกินบาบีคิว ตามสไตล์หมูดำ 










ต่อด้วย AFTERYOU กินกันสองวันเอาให้หายเบื่อไปเลย 

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Korean Dessert Cafe again

12 พฤศจิกายน 2559

เมื่อวานผมมีอบรมดับเพลิงที่ธนาคารทั้งวัน ตอนเย็นกะให้เจ้าหมูดำมากินไก่ทอดบองชองที่อารีย์ ต่อด้วย AFTERYOU แล้วนั่งสาย 8 กลับบ้าน แต่ถึงเวลาจริงผมเลิกเร็ว เลยกะว่ามาเจอกันแถวสยามว่าจะกินบองชองที่นี่แล้วกลับด้วยกัน ถึงเวลารอคิวบองชองที่สยามชั่วโมงกว่าๆจะทุ่มแล้วยังไม่ได้กิน รู้สึกว่าไม่ไหวเกินที่จะรอ กลับบ้านดีกว่า ทำเอาเจ้าหมูดำหงุดหงิดเพราะอยากกินจัด


13 พฤศจิกายน 2559
วันนี้ตั้งใจจะกินบองชองให้ได้ มากินที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ใช้เวลารอคิวไม่นานเหมือนเมื่อวาน กินกันพอหายอยาก เพราะแพงฉิบ เสร็จแล้วมาที่ร้าน KOREAN DESSERT CAFE มาลองบิงซูอีกเมนู



ราคา 400 กว่าบาท กับรสชาดที่ได้ รู้สึกเหมือนเอาเงินไปเผาไฟเล่นจริง รสชาดจืด ไม่อร่อยเลย สตรอเบอรี่ก็ชืดๆไม่มีรสชาด ครั้งเดียวพอละ สรุปวันนี้กินอาหารเกาหลี 2 ร้าน แพง ไม่แฮปปี้ทั้งคู่...

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

HBD 2 Me


5 พย.59
วันเกิดอีกวันนึง วันนี้เจ้าหมูดำไปเรียนพิเศษทั้งวัน กลับมาก็เย็น ส่วนผมเข้าไปดูรถที่บ้านปู่แก่ ถามแกว่ากลางวันกินอะไรยัง ปลายสายบอกว่ากินอิ่มแล้ว เลยไม่ได้ไปไหน









6 พย.59

วันนี้ช่วงเช้าพาเจ้าหมูดำไปเรียนเปียโน ส่วนเจี๊ยบซักผ้าที่บ้าน เรียนเสร็จก็ว่าจะเข้าไปบ้านปู่แก่ เลยแวะกินข้าวกลางวันที่เซ็นปิ่นก่อน

ตอนเย็นตัดสินใจไปหาอะไรกินกันที่ CDC ราชพฤกษ์ เป็นห้างนึงที่ผมชอบมาก ที่จอดรถเยอะสะดวกสบาย ร้านอาหารเยอะ เดินชิวๆ เยี่ยมมาก มาจบที่ MK ไม่ได้กินกันเกือบปี ถูกปาก ราคาดีงาม

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Korean Dessert Cafe



จะว่าไปช่วงหลังมานี้เทรนด์ เพลง อาหารและขนมหวาน จากเกาหลีมาแรงมากทั่วโลก ขนาดญี่ปุ่นที่เป็นประเทศชาตินิยมลำดับต้นๆ ยังมีวงเกาหลีบินมาแสดงกันทุกอาทิตย์และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีด้วย(สังเกตจาก IG เพื่อนชาวญี่ปุ่นผมหลายๆคนไม่พลาดที่จะไปชมเลยซักครั้ง อิอิ) บ้านเราก้เช่นกัน ไอ้ขนมบิงซูนี่ เด็กวัยรุ่นแห่กันตามกระแสเยอะมาก ร้านอาหารและร้านขนมต่างๆก็แห่ออกเมนูพวกนี้เยอะไปหมด ร้านนี้ก็เช่นกัน

วันนี้ถือว่าเป็นวันหนูลองยา มาลองเพราะคนต่อคิวเยอะ เราก็ไม่พลาดมาลองกับเค้าด้วย รอคิวครึ่งชั่วโมงถึงได้กิน ถือว่ารอไม่นาน(ถ้าเป็น AFTER YOU นี่ชั่วโมงนึงเป็นอย่างต่ำ)  อาหารถือว่าออกช้ามาก รสชาดก็จืดๆ ไม่อร่อยไม่สวยงามเหมือนหน้าตา จำไว้เป็นบทเรียนครั้งที่ 1


วันก่อนไปติดต่อศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นึกถึงอ้าต้มเลือดหมู กินร้านนี้มาน่าจะร่วม 10 ปีขึ้นตั้งแต่สมัยทำที่ไทย อกริ ฟู้ดส์ เป็นเจ้านึงที่กับข้าวหลากหลาย และรสชาดดีครับ

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Kyu Roll En



วันนึงในเดือนตุลาคม 2559

ผมก็เพิ่งรู้ว่า ไอ้เมนูเมจิหยดน้ำ หรือ Raindrop Cake มันจะดังมากในหมู่เด็กๆ ถึงขนาดเจ้าหมูดำต้องร้องมากินที่ร้าน  kyo roll en กับเค้าด้วย มาดูประวัติคร่าวๆกันครับ

ขนมชนิดนี้ในญี่ปุ่นเรียกว่า “มิซึชินเกนโมจิ” เดิมทำจากน้ำแร่ผสมกับแป้งข้าวเหนียวแบบเดียวกับขนมโมจิทั่วไป จนกระทั่งร้าน “คินเซเคน” ร้านขนมดั้งเดิมของญี่ปุ่นในเมืองโฮคุโตะ จังหวัดยามะนะชิ ได้ปรับปรุงสูตรโดยใช้วุ้นเจลาตินผสมกับน้ำแร่แทนแป้งข้าวเหนียว ทำให้ได้โมจิที่ใสดุจหยาดฝน เมื่อกินคู่กับผงถั่วเหลืองป่นและน้ำเชื่อมน้ำตาลแดง ให้ความรู้สึกสดชื่นหอมหวาน แต่ไม่หวานเอียน

ขนมที่ทำให้ “น้ำเคี้ยวได้” นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น แต่เนื่องจากตัวขนมคงรูปอยู่ได้เพียงแค่ 30 นาที ทางร้าน“คินเซเคน” จึงผลิตจำหน่ายจำนวนจำกัด และต้องรับประทานที่ร้านเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยอมเดินทางไกลจากฮอกไกโดหรือเขตคันไซ เพื่อมายังร้านขนมในพื้นที่ชนบทในจังหวัดยะมะนะชิ และต่อแถวนานนับชั่วโมงเพื่อชิมขนมโมจิหยาดฝนนี้
หลังจากนั้น ร้านขนมในต่างประเทศ เช่นที่เกาหลีใต้ รวมทั้งเชฟชื่อดังของสหรัฐฯ ได้ทำขนมแบบเดียวกันนี้ขึ้นจนได้รับความนิยมอย่างมากในต่างแดน สื่อมวลชนในสหรัฐฯ ทั้งรายการโทรทัศน์, หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ต่างกล่าวขวัญถึง “น้ำที่เคี้ยวได้” จากญี่ปุ่นอย่างแพร่หลาย

 ร้านขนมญี่ปุ่นที่เป็นต้นตำรับขนมโมจิหยาดฝน ระบุว่า ขนมของทางร้านมีความพิเศษที่ใช้น้ำแร่จากภูเขาในจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่น” ซึ่งขนมแบบเดียวกันในต่างประเทศไม่สามารถใช้น้ำที่บริสุทธิ์แบบเดียวกันได้
       

 เนื่องจากขนมโมจิหยาดฝนต้องทำด้วยมือ ในแต่ละปีทางร้านจึงผลิตขนมได้ในจำนวนจำกัด โดยในปี 2016 นี้จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายนเท่านั้น และจำหน่ายเฉพาะในวันเสาร์และวันอาทิตย์

Credit : http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9590000038859

วันที่ไม่มีแม่อยู่อีกแล้ว

28 กันยายน 2559

วันนี้ทำงานตามปกติครับ เลิกงานเสร็จออกจากที่ทำงานทุ่มนึงเหมือนเดิม นั่งรถตู้นั่งรถเมล์ กว่าจะถึงแถวบ้านแวะซื้อกับข้าวก็ 2 ทุ่มครึ่ง เข้าบ้านเสร็จก็ 3 ทุ่ม เจอแม่นั่งหลับคาทีวี ก็แบ่งลูกชิ้นทอด กับข้าวถ้วยนึง(แบ่งเกาเหลาลูกชิ้นใส่ชาม ใส่ข้าวในชามด้วย) แม่กินเสร็จก็เข้าบ้านไปนอน ส่วนผมนั่งกินข้าว ซักผ้า ดูทีวีต่อ พอ 4 ทุ่มครึ่งผมถึงเข้าห้องนอน เห็นแม่ปิดไฟนอนหลับไปแล้ว ผมนั่งเล่นมือถือจน 5 ทุ่มถึงปิดไฟนอน

29 กันยายน 2559
ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ได้ยินเสียงแม่ร้อง แรกๆไม่ได้สนใจอะไร จนได้ยินเสียงร้องดังขึ้น ผมลุกขึ้นมาดู ออกมาดูถามว่าเป็นอะไร แม่บอกหายใจไม่ออก ผมถามว่าไปโรงพยาบาลมั้ย? แม่บอกไม่ไป ไม่ต้องเดี๋ยวก็หาย ผมเข้าไปแม่ใกล้ๆ แม่มีเหงื่อออกเต็มตัว หายใจแรง โดยหายใจทางปาก ตัวเย็นเฉียบ ผมเอายาดมมาให้แม่ดม และบีบนวดตัว

สักพักแม่บอกไม่ไหว ผมถามว่าไปโรงพยาบาลธนบุรีมั้ย? แม่บอกไปไม่ไหว ผมเลยบอกว่าเรียกรถพยาบาลมารับละกัน ตอนนั้นปวดท้องบอกแม่ว่าขอเข้าห้องน้ำแป๊บ จากนั้นผมวิ่งไปตามเจี๊ยบที่ห้อง แล้วกดเซิร์ทหาเบอร์ โทรติดก็บอกโรงบาลไปว่ามารับที่บ้านนะ ซักพักแม่บ่นปวดท้องต้องให้เจี๊ยบพยุงพาเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วมานั่งรอ อาการยังไม่ดีขึ้น

จากนั้น แม่บอกให้ผมออกไปดูรถพยาบาลหน้าปากซอย ให้เจี๊ยบคอยดูแม่เอง ผมออกไปยืนรอรถอยู่พักนึงก็มา ต้องบอกเค้าว่าซอยที่บ้านแคบมาก และคนป่วยตัวใหญ่ ต้องระมัดระวังพอควร

ในรถพยาบาลมีเบลมาด้วยครับ มีพยาบาลมาด้วยคนนึง เค้าก็ใช้ความพยายามอยู่พักนึงกว่าจะอุ้มแม่ขึ้นเปลได้ แต่ช่วงที่อุ้มแม่ขึ้นมา แม่ก็ร้องโอยยยย แล้วก็สลบไป ผมเริ่มใจไม่ดี ถังออกซิเจนที่เค้ามีก็เล็กมาก ผมนั่งไปกับรถพยาบาลด้วย เจี๊ยบอยู่บ้านกับเป้

ออกมาจากซอยถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลทำการรักษาและปั้มหัวใจ ไม่นานอาแก่กับอาปุ๊กก็มา หมอแจ้งความคืบหน้ากับเราเรื่อยๆ จนกระทั่ง ตี 2 ก็บอกว่าหัวใจหยุดเต้นระหว่างทางนานเกินไป ทำให้ไม่สามารถช่วยได้ทัน.....

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Afteryou

วันนึงในต้นเดือนตุลาคม 2559

ไปจัดการธุระนั่นนี่โน่น เรื่องของแม่เรียบร้อย (ขอพูดในบล็อคถัดๆไป) เราก็ไปกินขนมกันครับ