วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ภาค 4 : 23 ตค.57 วันที่ 1 ออกเดินทางครับ !!!

หลังจากเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกันครับ

23 ตุลาคม 2557
03.00 น.วันนี้ตื่นแต่เช้าหน่อยเพราะเราต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งไกลจากบ้านเราพอควร เครื่องออก 07.40 น.
เราต้องเช็คอินก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 1 ชม.ตีเวลาเดินทางอีก 1 ชั่วโมงเท่ากับว่าตี 4 – ตี 4 ครึ่งเราต้องออกจากบ้านละ ทำให้เราต้องตื่นเช้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อการแต่งตัวและเช็คสัมภาระรอบสุดท้าย

04.30 น.ได้เวลาเดินทาง ย่าอ้วนติดต่อพี่ต่อแท็กซี่ซอยบ้านเราไว้ครับ ทุ่นเรื่องการลากกระเป๋าจากบ้านออกไปปากซอย(บ้านเราอยู่ซอยลึกครับ รถเข้าไม่ได้) ตอนแรกๆเราคิดว่ารถน่าจะติดมากเพราะเป็นวันหยุดเลยขึ้นทางด่วน แต่วันนี้รถพอเคลื่อนตัวไปได้จนเราถึงที่หมาย

05.20 น.ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เราไม่ได้มาที่นี่นานหลายปี ภายในดูแปลกตาไปเยอะ เจี๊ยบเดินนำจะไปหยิบรถเข็นแต่เหมือนจะใช้งานไม่เป็นเลยแก้เกี้ยวว่าเข็นกระเป๋าเองไม่ต้องเอารถเข็นก็ได้ ผมจับพิรุธได้ว่าสงสัยใช้ไม่เป็นล่ะซิ เราต้องกดลงตรงมือจับถึงจะบังคับทิศทางได้หรอก อิอิ

เรานั่งการบินไทยครับ ก่อนอื่นต้องมาดูที่บอร์ดว่าเช็คอินที่ช่องไหน เวลาเท่าไหร่ ปรากฎว่าเป็น GATE JH

05.40 น.เนื่องจากเรามาถึงไวทำให้พอมีเวลาเดินเล่น แต่เราขี้เกียจลากกระเป๋าเดินทางไปโน่นไปนี่ เลยโหลดกระเป๋าก่อน บ้านเรามีกระเป๋า 2 ใบ ใบแรกใส่เสื้อผ้าเต็มใบ ใบที่สองกระเป๋าเปล่า รวมน้ำหนักได้ 28.2 กก.(3 คนเราได้น้ำหนัก 90 กก. ขากลับนี่สบายๆแน่นอน) จากนั้นจึงมานั่งกรอกใบตม. เจี๊ยบปริ้นท์โพยไว้ เราก็เอามาเป็นไกด์ในการกรอก ส่วนเป้แม้จะอยู่ป.3แล้วยังไม่สามารถ เจี๊ยบเลยต้องกรอกให้ เป้มีหน้าที่เซ็นชื่ออย่างเดียว 
จากนั้นเราก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง(จริงๆน่าจะเรียกว่าตรวจคนออกจากเมืองมากว่านะ แฮะๆๆ) เห็นคนเข้าเดินไปทางไหนเราก็เดินตามไป เดี๋ยวนี้ขั้นตอนไวกว่าเดิมแต่เดินไกลขึ้นนะ ไม่ถึง 30 นาทีเราก็ออกมาเดินลอยชายแถวหน้า หน้าร้าน DUTY FREE ละ สังเกตพวกพนักงานในร้าน DUTY FREE ที่นี่ไม่ค่อยมี SERVICE MIND เหมือนพนักงานตามห้างเลย ของก็ใช่ว่าจะน่าซื้อเพราะของมันก็เหมือนในห้างเปี๊ยบต่างกันแค่ราคาแค่นั้น ผมจึงไม่สนใจอะไรเดินไปจนถึง GATE  E8 ยังมีคนรอไม่กี่คน เป้ก็บ่นหิวน้ำเลยบอกว่ารอแป๊บลูกเดี๋ยวไปกินบนเครื่องดีกว่า
07.00 น.ประตูเปิดให้เราเข้าไปต่อคิวด้านล่าง ลงไปนั่งข้างล่างไม่ทันไรคนมาเพียบคาดว่าน่าจะเต็มลำครับ ใครว่าคนไทยจนขอเถียงเลย สักพักเป้ปวดท้องดีที่เข้าห้องน้ำในนี้ก่อนไม่งั้นได้ไปตีลังกากับห้องน้ำบนเครื่องแน่ๆ
07.20 น. ประตูชั้นที่ 2 เปิดด้วยความที่คนเยอะและเป็นพี่ไทยแม้จะมีการต่อแถวบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ยังมีคนมั่วนิ่มแทรกแถวเรื่อยๆ 
07.40 น. เครื่องบินออกเดินทาง ไม่น่าเชื่อว่าการบินไทยทำเวลาได้ดี เพราะใช้เวลาแค่ 20 นาทีก็สามารถออกได้ละ
บ้านเรานั่งแถวกลางครับ มี 4 ที่นั่ง ผมนั่งติดผู้ชายชาวญี่ปุ่นน่าจะเป็นนักธุรกิจ เจี๊ยบกับเป้นั่งติดกัน สักพักเค้าก็มีเครื่องดื่มมาเสิรฟ์  ผมอยากรู้ว่าน้ำแดงๆสีเข้ามคืออะไร ชิมไปเป็นน้ำมะเขือเทศ ขอชื่นชมแอร์การบินไทยครับ เที่ยวบินนี้ดูแลเอาใจใส่ดีมากๆ เรารีเครสอะไรไปหาให้เราได้หมด
09.00 น. มีอาหารมาให้ทานครับ ผมกับเป้เลือกออมไรซ์กับไส้กรอก รสชาดพอแก้ขัดได้ ไม่ได้อร่อยมากมายนะครับ ส่วนเจี๊ยบเลือกข้าวหมูกระเทียมหน้าตาดูน่ากินกว่าของผมอีก ยังคิดอยู่ว่าเป้กินออมไรซ์เป็นเหรอ? และแน่นอนเหลือเพียบครับ ซักพักเริ่มบ่นหิวนั่นหิวนี่ต่อ

นั่งไปซักพักเป้บ่นปวดฉี่ ห้องน้ำมีห้องเดียวเราก็ต้องมายืนรอ ระหว่างที่รอมีคู่แม่ลูก เด็กยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ แล้วก็มีครอบครัวนึง พักนึงเป้ก็ได้เข้าไป ส่วนผมให้แม่ลูกเข้าต่อ แม่ลูกคู่นี้ใช้เวลานานมากร่วมชม.ได้ เราก็เข้าใจว่าธุระส่วนตัวแต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน จนผมและครอบครัวนั้นได้ยินเสียงประตูเปิดแต่เปิดไม่ได้ดังมากและนาน(ประตูมีกลอน 2 ชั้น) จนเราหันมองหน้ากันและคุยว่าเค้าคงเปิดประตูไม่เป็นแน่ๆ คุณแม่ของครอบครัวนี้เลยตะโกนไปห้องน้ำว่ามีกลอนอีกอันนึงอยู่ด้านบนขวา ตะโกนได้พักนึงก็เหมือนจะไม่ได้ผล ยังมีเสียงที่คนในห้องพยายามจะเปืดประตูแล้วก็เงียบไปร่วมนาที จากนั้นสองแม่ลูกคู่นี้ก็ออกมาแล้วก็บอกว่า เด็กเล่นประตูค่ะ แต่เราดูก็รู้ว่าเจ๊แกคงจะปล่อยไก่แก้เก้อมากกว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น