เราเดินเลาะด้านข้างขวาของตลาดด้านหน้าวัดเซนโซจิ
ซึ่งคนยังไม่พลุกพล่านเท่ากับตรงกลางถนนนากามิเซะ ผู้คนเยอะแยะไปหมด
บรรยากาศต่างจากที่เรามาเมื่อปี 2008 มาก เดินมาจนสุดทางร้านค้าและถึงปากประตูวัด
จำได้ว่าร้านสุดท้ายจะมีซาลาเปาทอดกับซอฟครีมอยู่ติดกัน
วันนี้ร้านซอฟครีมหายไปมีร้านอื่นมาแทน คงเหลือแต่ร้านซาลาเปาทอดเท่านั้น
เคยอ่านหนังสือหลายๆเล่มบอกว่า
คนญี่ปุ่นเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วจะแต่งงาน
ผู้ชายจะทำงานหาเงินโดยมากมันจะทำงานบริษัท ผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกไป
พอถึงเวลาเกษียณเค้าจะมองหาธุรกิจตัวนึงที่พอจะประคับประคองชีวิตยามชราได้ โดยใช้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตนั่นล่ะเป็นเงินทุน
ดังนั้นเราจะเห็นร้านค้าหลายๆร้านเจ้าของเป็นคนแก่ซะส่วนมาก
การที่ร้านเค้าปิดตัวไปแล้วมีร้านใหม่มาแทนจึงเท่ากับกิจการต้องปิดตัวลงให้คนที่พร้อมกว่ามาสู้รบแทน
โลกแห่งธุรกิจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเสมอไป...
อย่างที่บอกวันนี้คนเยอะมาก และแน่นอนมีแต่ภาษาไทยลอยมาเต็มไปหมด
แหม...นึกได้เลยว่าต่อไปเราจะได้เจออะไรบ้าง
เจอโคมแดงและยักษ์ 2 ตนหน้าวัดเหมือนแลนด์มาร์คของที่นี่
ไม่ถ่ายรูปไม่ได้ ว่าแล้วก็เอาซะหน่อย
เข้ามาเราก็ดำเนินพิธีกรรมตามหลักศาสนาครับ ส่วนการโบกควันจากกระถางธูปเข้าหาตัวเราเป็นการนำโชคลาภและสุขภาพดีไปกับตัวเรา
อย่างที่บอกว่าคนไทยเยอะแยะส่งภาษากันลั่นวัด
หลายๆคนไม่ได้ต่อแถวก็มาเบียดเราซะกระเด็น
ไปดูร้านค้าของวัดเห็นราคาก็พอจะเดาออกว่าเอาเรื่องแฮะ
เป้เห็นราคาก็บ่นว่าแพงจังไม่มีถูกกว่านี้แล้วเหรอ? สุดท้ายไม่ได้อะไรติดมือมา
กลับๆๆๆ
อากาศก็ร้อนเป้ก็ร้องหิวข้าวเจี๊ยบเห็นร้านน้ำแข็งใส
เราจึงแวะซื้อก่อน จากจุดนี้มองไปเห็น Tokyo Sky Tree ครับ สวยมากๆ
จากนั้นเดินเลาะทางซ้ายของถนนนากามิเซะ ไปเจอร้านขายของที่ระลึก
เจี๊ยบอยากได้ตุ๊กตาดารุมะกับตุ๊กตาแมว ดะรุมะ (ญี่ปุ่น: だるま daruma ?) เป็นตุ๊กตาไม้ ของญี่ปุ่น มีลักษณะกลมไม่มีแขนและขา โดยหน้าตาจะคล้ายคลึงกับพระโพธิธรรม (ซึ่งชื่อว่า ดะรุมะ ในภาษาญี่ปุ่น) มีหมวดและเครา โดยส่วนมากตุ๊กตาดะรุมะจะมีสีแดง แต่อาจจะมีสีอื่นบ้าง เช่น สีเหลือง สีเขียว หรือสีขาว ตรงบริเวณคางจะมีการเขียนคำขอพรไว้ สมัยเอโดะส่วนใบหน้าผม ของตุ๊กตาดารุมะมีลักษณะความหมายดั่งนี้ เคราคล้ายต้นสน รอบดวงหน้าคือไม้ไผ่และจมูกคือต้นพลัม ต้นไม้ทั้งหมดเป็นไม้มงคลสำหรับการดำรงชีวิตที่ดีและยืนยาว สมัยปัจจุบันก็มีการเปรียบเทียบใบหน้าดังนี้คือ ขนคิ้วเป็นนกกระเรียน และมีหนวดเคราเป็นเต่า มีความหมายที่แสดงถึงชีวิตที่ยืนยาวด้วยเช่นกัน ส่วนตัวอักษรที่เขียนนั้นก็แล้วแต่ว่าเราอยากจะเขียนอักษรที่มีความหมายดีๆ ลงไป ส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าต่างๆ ภายนอกทาด้วยสีแดงให้เหมือนกับอาภรณ์ของนักบวช ตุ๊กตาดะรุมะ สามารถหาซื้อได้บริเวณ วัดพุทธในประเทศญี่ปุ่น ราคาประมาณ 1,000 เยน สำหรับตัวเล็ก (สูง 15 ซม.) ถึงราคา 10,000 เยน สำหรับตัวใหญ่ (สูง 60 ซม.)
การขอพรกับตุ๊กตาดะรุมะ ทำได้โดยใช้หมึกสีเขียนตาดำข้างหนึ่งของตุ๊กตาและทำการขอพร และจะเก็บตุ๊กตาไว้บนหิ้ง โดยเมื่อพรสมหวังจะเติมตาอีกข้างให้สมบูรณ์ จะเห็นได้จากช่วงการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งจะมีการเติมตาของดะรุมะ(ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B0)
ส่วนแมวกวักนำโชค( มาเนะกิ เนะโกะ (Maneki Neko, 招き猫) หรือ แมวนางกวัก ซึ่งภาษาญี่ปุ่น มาเนะคิ หมาถึง , เชื้อเชิญ และ เนะโกะ หมายถึง แมว เป็นรูปปั้นแมวตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่าจะนำโชค นำลาภ สำหรับร้านค้าก็จะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านเช่นเดียวกับนางกวักของไทย หน้าตาของแมวมาเนะกิ เนะโกะ นี้ คล้ายคลึงกับแมวพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ไม่มีหาง ที่เรียกว่า เจแปนนิส บ๊อบเทล (Japanese Bobtail)
ความเชื่อเรื่องแมวนำโชคนี้มีมานานกว่า
400 ปีมาแล้ว
ตามตำนานเล่าว่ามีหญิงชราคนหนึ่ง มีฐานะยากจนมาก
แต่ก็พยายามจะเจียดอาหารเท่าที่มีแบ่งเลี้ยงแมวที่เธอรัก
แต่วันหนึ่งเธอก็ไม่สามารถเลี้ยงแมวตัวนั้นต่อไปได้อีก เธอจึงนำมันไปปล่อย
คืนนั้นเธอนอนร้องไห้ด้วยความเสียใจ แล้วเธอก็ฝันเห็นแมวมาบอกให้เธอปั้นรูปแมวด้วยดินเหนียว
แล้วจะทำให้โชคดี หญิงชราตื่นขึ้นมาก็ปั้นแมวด้วยดินเหนียวตามความฝัน
วันนั้นมีแขกมาหา และขอซื้อแมวตัวนั้นไป ยิ่งหญิงชราปั้นแมวมากเท่าใด
ก็มีคนมาขอซื้อมากขึ้นเท่านั้น
ในที่สุดเธอก็มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงแมวที่เธอรักอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา
ก็เลยเป็นที่ร่ำลือว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค จึงมีการปั้นและวางแมวกวักไว้ตามที่ต่าง
ๆ นับแต่นั้นมา
ปัจจุบัน ตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม สามารถพบเห็น มาเนะกิ เนโกะ อยู่ทั่วไป มีหลากหลายขนาดและสีสัน บางส่วนก็ทำกลไกให้มือซ้ายสามารถขยับในลักษณะกวักเข้าหาตัวได้ด้วย ในขณะที่มืออีกข้างนึงก็ถือเหรียญไว้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้ยกขาหน้าขึ้นเสมอหูข้างซ้ายแล้ว จะมีคนมาหา ถ้าเป็นร้านค้าก็จะมีลูกค้าเข้าร้าน
หลังจากนั้นมากคนญี่ปุ่น ก็มีความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชค จึงมีการทำเป็นแมวนางกวักที่เราได้เห็นๆ กันทั่วไป แต่มีข้อสังเกตด้วยว่า แมวที่กวักมือซ้ายจะเรียกคนเข้าร้าน ยิ่งยกแขนกวักสูงแค่ไหน ก็เรียกคนได้มากแค่นั้น แต่ถ้ากวักมือขวา เป็นการเรียกเงินทอง และความโชคดีเข้าบ้าน
ปัจจุบัน ตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม สามารถพบเห็น มาเนะกิ เนโกะ อยู่ทั่วไป มีหลากหลายขนาดและสีสัน บางส่วนก็ทำกลไกให้มือซ้ายสามารถขยับในลักษณะกวักเข้าหาตัวได้ด้วย ในขณะที่มืออีกข้างนึงก็ถือเหรียญไว้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้ยกขาหน้าขึ้นเสมอหูข้างซ้ายแล้ว จะมีคนมาหา ถ้าเป็นร้านค้าก็จะมีลูกค้าเข้าร้าน
หลังจากนั้นมากคนญี่ปุ่น ก็มีความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชค จึงมีการทำเป็นแมวนางกวักที่เราได้เห็นๆ กันทั่วไป แต่มีข้อสังเกตด้วยว่า แมวที่กวักมือซ้ายจะเรียกคนเข้าร้าน ยิ่งยกแขนกวักสูงแค่ไหน ก็เรียกคนได้มากแค่นั้น แต่ถ้ากวักมือขวา เป็นการเรียกเงินทอง และความโชคดีเข้าบ้าน
ส่วนแมวสามสีกวักมือซ้ายที่ถือว่าโชคดีที่สุด
เงินทองไหลมากเทมา และแมวสีดำ
ผู้หญิงญี่ปุ่นก็มีความเชื่อว่าสามารถใช้เป็นเครื่องรางป้องกันภัยอันตรายทั้งปวงได้
แมวกวักนำโชคญี่ปุ่น
กวักมือซ้าย เรื่องการงาน
กวักมือขวา เรื่องโชคลาภ
แมวถือลูกแก้ว, แมวพนมมือ การขอพร
เจี๊ยบเข้าไปร้านนี้นานพอดู จนสุดท้ายก็ได้มาจนได้ เดินเลยไปอีกนิดเจอร้านขายขนมก็แวะอีก
เสร็จจากร้านขนมเดินออกมาทางออกเดิมเจอร้านขายร่ม มีบัญชีของเจี๊ยบต้องซื้อร่มด้วย แวะดูมีแต่ของ Waterfront ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายเราเพราะเมืองไทยก็มีเลยผ่านไป
ตรงหัวมุมถนนมีร้านอาหารอยู่ 2 ร้านคนต่อแถวรอคิวยาวมากๆเป็นที่น่าเชื่อว่าอร่อยแน่นอน แต่เราไม่ได้กินนะครับ แฮะๆๆ
เดินมาซักพักปวดฉี่กันหมดเลยแวะเข้าไปในแมคโดนัลล์ ห้องน้ำดันมีห้องเดียวด้วยผมเลยเข้าทีหลัง ผมเดินตามมาทีหลังแวะดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยหันมาอีกที มีนักบวชองค์นึงเราเห็นตั้งแต่ขามาละยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนี้ เป้วิ่งเอาเหรียญไปให้ ท่านจึงกวักมือเรียกแล้วเอาระฆังในมือเคาะใส่หัวไปทีนึง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น