1.ร้านอาหารที่มีคนริวิวไว้ว่าอร่อยต้องมากินร้านนี้ๆ ถ้าไม่มากินก็เหมือนมาไม่ถึง เรื่องนี้มองได้ 2 มุมครับ ถ้าคุณมาแล้วได้กินก็ถือว่าโชคดีไป แต่อีกมุมคือ เมื่อมีคนมาให้ลายแทงไว้แบบนี้ 100 ทั้ง 100 มันก็มีคนแห่ไปกินกันหมดนั่นล่ะ แล้วก็เกิดการรอคอยขึ้น ถ้าบริการไม่ดี รสชาดไม่ถูกปากก็เสียความรู้สึกอีก แล้วการรอคอยกับบ้านเรามันไม่ใช่ครับ รอนานมากเท่ากับเผาเวลาเล่นไม่ต้องไปทำอย่างอื่นกันพอดี ทัวร์กินไม่ใช่เป้าหมายเรา และการเปิดร้านอาหารที่ญี่ปุ่นต้องผ่านมาตรฐานครับไม่ใช่ขี้หมูขี้หมามาเปิดร้านกันได้ ร้านอะไรที่มันพอกินให้อิ่มได้เราก็กินไป ไม่อร่อยก็ยังมีที่ฝากท้องเยอะแยะไป
2.เพื่อนผมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองหลายๆคนที่พอมีกำลังจะจ้างไกด์ท้องถิ่นครับ มีทั้งไกด์อาชีพและไกด์เถื่อน คือ คนไทยที่ไปอาศัยที่โน่นและพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ธุรกิจนี้กำลังได้รับความนิยมและรายได้ดีพอสมควรเลย ส่วนตัวผม ผมคิดว่าถ้ามาเที่ยวเพื่อจะสร้างประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครถ้าเราเตรียมตัวมาดีมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินตรงนั้น มีคนช่วยนำทางส่วนตัวน่ะดีแต่เราก็ต้องออกค่ากินค่ารถให้เค้าอีก ถ้าความเห็นไม่ตรงกันก็ลำบากใจอีก ทะเลาะกันเองดีกว่า 555
ข้ามจากตึกม่วงมามืดพอดี เวลาราวๆ 5-6 โมงเย็นที่นี่มืดไวมาก 5 โมงก็มืดแล้ว เจี๊ยบยังขาดของฝากคือร่ม ตัดสินใจข้ามมาตลาดอะเมโยโกะมีร้านริมถนนพอดี เข้าไปดูก็ได้มา 1 คัน
ข้ามถนนกลับมาผมบอก 2 คนนั้นว่ามาถึงนี่แล้วไม่แวะร้านยูนิโคลหน่อยรึแม้ว่าเมื่อวานเราจะได้กระโปรงจากยูนิโคล่แถวโรงแรมแต่ร้านที่นั่นมันเล็กๆนะ ว่าแล้วก็จัดไปเข้าไปเลือกอยู่นาน สัมภาระจากการช็อปที่ตึกม่วงก็เยอะอยู่แล้ว ท้ายสุดเป้ก็ได้เสื้อกันหนาวมา 1 ตัวสมใจอยาก
เข้ามาใน JR สถานีโอคาชิมาชิ ใช้บัตร JR PASS ผ่านเข้ามาแต่ยังไม่จบครับ
1.ของฝากยังขาดโตเกียวบานาน่าครับ ซื้อที่ไหนล่ะ? ก็ต้องโตเกียวนั่นล่ะ นั่งรถไฟไปลงโตเกียวออกมาปุ๊บก็สแกนหาร้านค้า เข้าไปถามที่ Information เค้าบอกให้เราตรงไปแล้วเลี้ยวขวาจะมีร้านค้า เดินไปไม่ถึง 10 เมตรก็เจอครับผมเข้าไปซื้อก่อนได้โตเกียวบานาน่ามา 2 กล่องใหญ่ มองดูสินค้าอื่นๆในร้านมี ขนมน่ากินหลายๆตัว ตอนแรกผมกะใช้เศษเหรียญที่เหลือจ่ายไปแต่พอเหลือบไปด้านหลังมีคนต่อคิวรอซื้อเพียบเลยไม่ดีกว่าใช้แบงค์ใหญ่จ่ายไป ส่วนเจี๊ยบหลังจากสังเกตการณ์ระยะนึงก็เริ่มซื้อตามผม เริ่มจากโตเกียวบานาน่า และขนม Hiyoko (ขนมลูกเจี๊ยบ) และที่ร้านนี้เจี๊ยบจะใช้เศษเหรียญทั้งหมดจ่าย แต่คนขายดันนับเหรียญไม่เก่งครับ เค้าใช้เวลานับเหรียญนานมากเกือบๆ5 นาทีจนคนที่รอคิวชะโงกหน้ามาดูทุกคน และดูแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ผมซึ่งยืนแอบอยู่ด้านหลังเลยออกมาและจ่ายเป็นธนบัตรแทนเจี๊ยบไปก่อน
2.เมื่อเช้าเราไปชิบูยะเพื่อไปร้าน GUITAR STATION แต่ร้านไม่เปิด ผมเลยบอกเจี๊ยบกับเป้ว่าขากลับแวะหน่อยไหนๆก็ไหนๆแล้ว เป็นอันว่าแวะชิบูย่าอีกที่
19.20 น.ออกจากสถานีชิบูยะ คราวนี้ผมเลือกออกมาอีกทางไม่แน่ใจฝั่งไหนแต่ป้ายบอกทางบอกว่าเดินตรงไปเป็นห้างโตคิว เราก็คิดว่าอ้อ แบบนี้ก็ใกล้สะพานลอยแล้วซิ ถาม 2 คนนั้นไม่ข้ามมาด้วยเพราะเหนื่อยแล้ว ผมเลยต้องหาที่นั่งให้ ไปได้ที่นั่งหน้าห้องน้ำ ตรงซูเปอร์ ชั้น B1 จากนั้นจัดแจงหาทางออกมาด้านบน พอออกมาปุ๊บยิ่งงงหนักมันตรงไหนกันวะ? เดินเลาะห้างไปก็เจอสะพานลอย รีบข้ามไปกลัวร้านจะปิดซะก่อน
19.30 น. ร้าน Guitar Station ร้านยังไม่ปิดครับ ผมเข้าไปแจ้งความประสงค์ว่าต้องการเอฟเฟคตัวนี้ เจ้าหนุ่มคนเดิมอยู่พอดีเค้าเปิดคอมแล้วเช็คสต๊อคว่ามีของเหลือมั้ย? ซักพักก็หายไปหลังร้านแป๊บนึงแล้วออกมาพร้อมเอฟเฟคตัวดังกล่าวและบอกว่าตัวนี้เลิกผลิตไปแล้วตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายทางเรามีความยินดีที่จะขายให้คุณ ผมขอลองนิดหน่อยแล้วก็บอกว่าเมื่อวาน I มาซื้อของที่ร้าน You จำได้มั้ย? เค้าบอกจำได้ดี เสร็จแล้วผมรีบจ่ายเงินแล้วกล่าวคำเดิมว่าขอบคุณมากยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้ง เค้าตอบว่าเช่นกัน ไม่มีอารามภบทยืดยาวเนื่องจากต้องทำเวลาครับ
19.40 น. ข้ามสะพานลอยกลับมาเริ่มมีคำถามแล้ว เพราะห้างโตคิวมันมี 2 ฝั่งเลยแล้วฝั่งไหนวะ? เลือกฝั่งขวาที่มีตัวสถานีรถไฟก่อนเพราะเราไปบ่อย เข้าไปในห้างลงไปชั้นใต้ดิน อ้าววว ไม่ใช่เว้ยเฮ้ยย ต้องข้ามสะพานลอยกลับมาอีกฝั่ง หาบันไดลงไปชั้นใต้ดินเจอชั้นที่ว่าละ แต่มุมไหนหว่า? เดินคลำๆพักนึงก็เจอสองแม่ลูกนั่งเม้าท์แตกตรงบันไดหนีไฟ
ขึ้นมาด้านบนเริ่มสับสนทิศอีกแล้วและเป็นความมักง่ายของผมเอง แทนที่จะข้ามสะพานลอยดันเสร่อข้ามถนน ข้ามมาปุ๊บเป็นห้างโตคิวฝั่งสถานีเดินมาแบบงงๆซักพักก็เจอทางเข้ารถไฟ JR ฝั่งฮาจิโกะ โอเคกลับถูกละ เราต้องนั่งไปลงที่ชินากาวะแล้วต่อรถไปที่โอโมริอีกที
มาถึงที่โอโมริราวๆ 20.10 น.เริ่มบ่นหิวกันอีกแล้ว อยากกินโยชิโนยะกันแต่ไม่รู้ว่าร้านมันอยู่มุมไหน? เห็นร้านโยชิโนยะกับโอโตยะวันแรกแต่วันอื่นๆพอจะกินดันไม่เจอ(มันเป็นแบบนี้เสมอล่ะ หึหึหึ) เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ถามเป้ว่าจะกินร้านอุงด้งที่กินวันแรกมั้ย? เป้บอกไม่เอา
20.30 น.ยืนตกลงกันตั้งนานร้านอาหารก็ปิดไปหลายๆร้านเพราะเป็นวันอาทิตย์(ร้านส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นจะหยุดวันอาทิตย์) สุดท้ายจบทีผมกับเจี๊ยบไปที่ร้าน SUKIYA ซื้อแบบกลับบ้าน ไปหน้าร้าน ร้านยังไม่ปิดครับ แต่พนักงานหายไม่มีคนเลย ผมเลยตะโกนเรียกว่า SUMIMASE (ขอโทษครับ) มีพนักงานออกมาพ่นญี่ปุ่นเป็นชุด พลาดอีกแล้วกรู T T ผมพูดอังกฤษกับเค้าว่าขอเมนูด้วย แต่เค้าไม่เข้าใจครับ สื่อกันนานคนนึงพูดญี่ปุ่นมาเราพูดอังกฤษกลับไปก็ไม่รู้ว่าเค้ารู้เรื่องมั้ย เราบอกว่าจะซื้อกลับบ้านใส่กล่อง จนถึงเวลาจ่ายเงินก็ได้ของมาครบ แอบจิ๊กช้อนมา 2 คันมาใช้ที่เมืองไทยด้วย อิอิ ส่วนเป้ไปได้โอเด้งเหมือนเดิม กลายเป็นอาหารโปรดไปแล้ว แฮะๆๆ ระหว่างทางมีร้านขายไก่ทอดใกล้โรงแรมไม่เคยลองก็ซื้อมาขีดนึงกินบนโรงแรม
21.00 น.ถึงโรงแรมแบบสะบัดสะบอม รื้อของกินก่อน พร้อมจัดระเบียบของฝาก เหลือแค่ ROYCE ที่สนามบินแค่นั้น คืนนี้คงต้องนอนดึกนิดเพราะต้องจัดของเตรียมเดินทางพรุ่งนี้ด้วย
ของเจี๊ยบสั่งข้าวหน้าหมูย่าง ของผมเป็นข้าวหน้าเนื้อครับ รสชาดจืดๆ ที่เมืองไทย SUKIYAเราก็ไม่เคยกินนะ เมนูนี้ถือว่าไม่ผ่านครับ
ของเป้เป็นโอเด้งครับ เอามาไม่เยอะเพราะเรามีไก่ทอดแล้ว
บรรดาของฝากทั้งหลายเยอะมากๆ
ส่วนเป้ดูจะเห่อเสื้อกันหนาวใหม่ใส่ตลอด อิอิ J
Vemuram Neoplex เป็นเอฟเฟครุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วครับ เมืองไทยไม่มีขายละคนเริ่มหากัน แต่ที่ญี่ปุ่นยังพอหาได้บ้าง
ขนมและของฝากต่างๆ
น้ำหอมแอบผิดหวังนิดๆครับมีน้อยกว่าที่คิดเยอะ ที่มุสตาฟาดูละลานตากว่า ตอนที่ไปลองน้ำหมอที่ห้างทาเคยะมีแต่คนไทยทั้งนั้นครับที่มุง
ตั๋วรถไฟวันนี้ครับ
ใบเสร็จเพียบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กาว UHU กะซื้อมาแปะของฝากว่าของใครบ้าง แต่สุดท้ายใช้ไม่ได้ครับ
กาแฟพร้อมดื่มยี่ห้อดังของที่โน่น เจี๊ยบซื้อให้ครับ
ค่าใช้จ่าย
ลำดับ
|
ค่าใช้จ่าย
|
ราคา(Y)
|
1
|
ค่ารถไฟ
One Day Pass
|
750
|
2
|
ค่ารถไฟใต้ดินไป-กลับ
|
170 x 2 เที่ยว
|
3
|
ค่าขนมไทยากิ
|
154
|
4
|
ค่าขนมเซมเบ้
|
108
|
5
|
ค่าไก่ทอด
1 ขีด
|
220
|
6
|
กาว
UHU ที่แฟมิลี่มาร์ท
|
334
|
7
|
ค่าน้ำหอมที่ห้างทาเคยะ
|
31,148
|
8
|
ค่าขนมที่ห้างทาเคยะ
|
5,708
|
9
|
ข้าวหน้าเนื้อร้าน
SUKIYA
|
853
|
10
|
โตเกียวบานาน่า
|
2,109
|
11
|
ขนมลูกเจี๊ยบ
|
2,106
|
12
|
Vemuram Neoplex
|
39,600
|
13
|
ค่าทำบุญที่วัดเซ็นโซจิ
|
50
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น