09.00 น.
ใช้เวลากินข้าวสุดๆจริงๆโต๊ะอื่นลุกไปหมดแต่บ้านเราเพิ่งกินเสร็จ
แล้วก็ออกเดินทางไปสถานีรถไฟ ระหว่างที่เดินสิ่งที่เราคิดก็เป็นจริงๆกาแฟดำทำพิษ
ปวดอึมากๆ เอาไงดี? ห้าง SEIYU ห้างARTRE ก็ยังไม่เปิด
เหลือบไปเห็นห้องน้ำสาธารณะก่อนเข้าสถานี เวลานี้ไม่ต้องคิดอะไรแล้วเข้าไปก่อน
เข้าไปเป็นส้วมแบบนั่งยองๆ สะอาดกว่าที่คาดไว้ครับ รอดตัวไป
เช้านี้โปรแกรมแรกเราต้องไปศาลเจ้าเมจิ ที่ฮาราจูกุ
ต้องตีตั๋วราคา 220 Y/คน เราต้องนั่งรถไฟไปลงที่สถานีโตเกียวจากนั้นต้องเปลี่ยนไปสายยามาโนเตะเพื่อไปลงที่สถานีฮาราจูกุ
ตอนออกไปที่ประตูโอเมโตะซานโดะงงๆ(อีกแล้ว)
ร้านค้าตรงข้ามสถานีฮาราจูกุเปลี่ยนไปอีกแล้ว ผมมา 3
รอบร้านค้าเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันเลย
เดินไปซักพักเป้บ่นหิวน้ำ....อ้าววันนี้ไม่ได้เอาน้ำมาจากโรงแรม
เลยให้ 2 คนนั้นยืนรอหน้าทางเข้าศาลเจ้า ส่วนผมเดินย้อนไปหน้าสถานี มีร้าน NEWSDAY
ซึ่งเป็นร้านขายของชำ
เลือกซื้อน้ำมาขวดใหญ่ 1 ขวด
มาทำความรู้จักศาลเจ้าเมจิกันนิดครับ..... ศาลเจ้า
Meiji เป็นศาลเจ้าชินโต ชินโตเป็นศาสนาดั้งเดิมแบบโบราณของญี่ปุ่นและเป็นที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น
ชินโตมีผู้ก่อตั้งไม่มีหนังสือศักดิ์สิทธิ์และไม่ได้แนวความคิดของศาสนา
แต่ค่าชินโตตัวอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติและคุณธรรมเช่น "Magokoro (จริงใจ)"
ในศาสนาชินโตพระเจ้าบางส่วนที่พบเป็น Kami (จิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์)
หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามีไม่ จำกัด จำนวน Kami คุณสามารถดู
Kami ในตำนานในธรรมชาติและในมนุษย์
จากสมัยโบราณคนญี่ปุ่นมีความรู้สึกกลัวและความกตัญญูที่มีต่อศาลดังกล่าว Kami
และทุ่มเทให้กับหลายคนศาลเจ้านี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของพระเจ้าจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีมเหสีของเขา Shoken (หลุมฝังศพของพวกเขาอยู่ในเกียวโต)
จักรพรรดิเมจิล่วงลับไปแล้วในปี 1912
และจักรพรรดินี Shoken ในปี 1914 หลังจากการสวรรคต ประชาชนชาวญี่ปุ่นอยากจะรำลึกถึงคุณงามความดีของจักรพรรดิจึงบริจาคต้นไม้
100,000 ต้นจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและจากต่างประเทศและด้วยความสมัครใจในการสร้างป่าแห่งนี้
ศาลเจ้าแห่งนี้จึงก่อนกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1920(ข้อมูลจาก http://www.meijijingu.or.jp/)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น