26 ตุลาคม 2557
05.30 น. ตั้งปลุกไว้เวลานี้แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง โดยเฉพาะขาระบมมากจากการเดินหนักๆติดกัน
2 วันขอนอนต่ออีกงีบนะ
07.30 น. ตื่นนอนมาเตรียมนอนเพื่อออกเดินทางในวันนี้
09.30 น. ลงกินข้าวเช้าของรร.วันนี้ลงมาช้าอย่างมากเพราะเป้ตื่นเกือบๆ
9 โมงเช้า อาหารเช้าของโรงแรมมันมีรอบเวลาด้วย มื้อเช้าคือ 07.00 -10.00 น. เราลงมาเวลานี้พนักงานเลยไม่ให้เราเข้าไปบอกให้รอเวลาแป๊บนึง
เท่ากับว่าเราลงมาสายจนกลายเป็นรอบอาหารเที่ยงของโรงแรมไปแล้ว
วันนี้วันอาทิตย์คนเลยแยะมากๆ
10.00 น. ออกเดินทางไปสถานีรถไฟ วันนี้เรามีโปรแกรมไปที่อาซากุซะ
ซื้อตั๋ว ONE DAY PASS กันเหนียวไว้ก่อน
10.30 น. ถึงสนานีชิบูยะ ตะล่อมเจี๊ยบกับเป้มาที่นี่
นอนคิดทั้งคืนว่าไหนๆก็มานี่แล้วซื้อเอฟเฟคอีกตัวที่มันเลิกผลิตไปแล้วดีกว่า
วันข้างหน้ามันมีค่าแน่ๆ(ที่แน่ๆตัวนี้เมืองไทยก็หากันให้ควั่กล่ะวะ)
ออกมาทางประตูฝั่งเหนือเหมือนเดิมก็จะเจอสะพานลอย ถามสองคนนั้นว่าจะข้ามไปด้วยมั้ย?
เจี๊ยบบอกไม่เอานั่งรอแถวนี้ดีกว่า ผมเลยกำชับว่าอยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะ
ไปซื้อแป๊บเดียวเอง (หลงแล้วจะงานงอกเหมือนกันก่อน)
ผมรอลิฟท์เพื่อข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งอย่างไว ยังหวั่นใจนิดๆว่าร้านมันเปิด 11.00
น. เรามาก่อนครึ่งชั่วโมงจะทันมั้ย? ขึ้นไปชั้น 2 ที่ GUITAR STATION
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดร้านปิดค่ะ !!!!! จะรอมั้ย? ไม่เอาดีกว่า
สงสัยต้องตัดใจ(ล่ะมั้ง?)
ข้ามสะพานลอยกลับมาที่เดิม เจี๊ยบบอกอ้าวไหงมาไว(ไม่ถึง 5 นาที)
ก็ร้านมันปิดก็ต้องกลับดิ่
เจี๊ยบบอกว่าข้างหน้าเรามีเด็กนักเรียนมาขอบริจาคการกุศล เป้มาขอเหรียญไปบริจาคพวกนักเรียนขอบคุณใหญ่เลย
ดีมากลูก
เลี้ยวกลับเข้าสถานีรถไฟเดินทางต่อ เรานั่งมาลงที่สถานี UENO
เพื่อจะต่อรถไฟใต้ดินไปอาซากุซะ จริงๆแล้วถ้านั่ง JR
ก็สามารถไปได้เหมือนกันแต่มันไปลงที่ไหนอะไรยังไงนี่ไม่แน่ใจ? เอาชัวร์ดีกว่า รถไฟวิ่งจากชิบูยะมาอูเอโนะใช้เวลาร่วมๆ 30
นาทีเพราะมันอยู่คนละมุมกัน เสร็จแล้วเราก็หาป้ายบอกทางที่จะไป Subway
เดินตามทางมาพักนึงจนไม่แน่ใจว่าไปไหนซ้ายหรือขวาเลยถามนายสถานี เค้าก็ชี้ว่าให้ออกทางนี้
เราก็เดินไป
ออกมาได้ซักหน่อยเป้บ่นหิว???? อารายฟะกินจากโรงแรมมาเพียบไม่ถึงชั่วโมงบ่นหิวอีก
!!! ตรงนั้นมีร้าน
Newsday สองคนนั้นเลยแวะเข้าไปหาอะไรกินก่อน ระหว่างนั้นผมก็เก็บภาพรอบๆไป
เจอเจ้าแพนด้าที่เรามาถ่ายรูปคราวก่อนด้วย
เดินมาไปสถานีรถไฟใต้ดินตามป้ายบอกทาง
สถานีดูเก่าๆหน่อยครับจัดแจงหยอดเงินค่ารถไฟไป คนละ 170 Y ไปไม่กิ่อึดใจก็ถึงอาซากุซะ
ออกจากชานชาลาปุ๊บเมีทางแยกออกไป 4-5 ประตู ไม่มีคำว่าวัดเซ็นโซจิซักคำ
เกิดอาการสับสนว่าเอาไงดี? เราเลยใช้วิธีเดินตามเค้าไป
คนเดินไปทางไหนเยอะๆก็ทางนั้นล่ะ
ออกมาบนดินก็งงอีกรอบ มันไม่ใช่ทางที่ผมเคยมาครับ ป้ายบอกทางก็ไม่มี
เลยใช้วิธีเดิมเดินตามเค้าไปนั่นล่ะ
เดินมาเรื่อยๆเริ่มจะคุ้นทางเจอร้านซูชิที่เราเคยกินคราวก่อน
เป้ร้องจะกินไอติมเลยบอกไว้ขากลับละกัน เดินไปเจอร้านขายไทยากิ(ขนมรูปปลา)
คนขายเห็นเรามายืนหน้าร้านก็ดีใจออกมาต้อนรับพร้อมชี้รูปให้ดูว่ามีไส้อะไรบ้าง(บางทีเห็นร้านพวกนี้ก็น่าสงสารครับเปิดร้านทั้งวันจะขายได้วันนึงก็ยากเพราะแถวนั้นร้านเยอะแยะไปหมด)
เราได้ไส้คัสตาดมา เดินมาอีกนิดเจอขนมเซมเบ้ย่างใหม่ๆ.......อ่ะกินอีกแล้ว กินได้
2 คำเลิกเพราะมันจืด ผมก็รับเละอีกแล้ว 555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น