ออกจากรถไฟเราออกประตูฝั่งเหนือด้านซ้ายสุดก็จะเจอสะพานลอยข้ามแยก
ข้ามสะพานลอยลงไปทางซ้ายมือจะมีร้านราเม็ง 2 ร้านติดกัน
หนึ่งในนั้นคือร้านที่เรามากินกันคราวก่อน เป้บ่นหิวแล้ว.....อะไรกันเพิ่งกินขนมมาหยกๆ เลยให้เป้เลือกไม่เอาเลยซักร้านแล้วเอาไงดี?
เดินเข้ามาในช่วงถนนหาร้านอื่นก็มีร้านอาหารอิตาเลี่ยน กับร้านอิซากายะ ไม่เอาอีกครับ สุดท้ายเลยต้องข้ามสะพานลอยเจอป้ายโฆษณามีรูปร้านอาหารเยอะแยะเลยที่ห้างโตคิว เลยลงสะพานลยเข้าไปในห้างโตคิว
ที่เราอยู่น่าจะชั้น G ครับ มีร้านอาหารอยู่ 2 ชั้นคือ ชั้น 9 กับ B2 ลงไป B2 น่าจะง่ายกว่าเพราะลงไปแค่ 2 ชั้น ลงไปชั้นแรกเป็น B1 เป็นซูเปอร์มาเก็ตของกินเพียบเลย และเราก็เจอนมตราจรวดครับ(ไม่รู้ยี่ห้ออไรอ่านไม่ออก) มีหลายรสเยอะกว่า FAMILY MART แถวโรงแรมอีก เจี๊ยบกับเป้ดูจะเพลินเพลินมากจนต้องเบรคว่าไปกินข้าวก่อน
12.30 น. ลงมาชั้น B2
ยืนดูว่ามีร้านไหนที่เราพอสั่งอาหารได้
เป็นมื้อแรกที่เรียกว่ากินในห้างแบบขึ้นเหลาจริงๆ
และเราก็ได้ร้านอาหารสำหรับมื้อนี้คือ ร้าน
คะโซคุเต (KAZOKUTEI Japanese Udon & Soba)
เป็นร้านอุด้งชื่อดังจากโอซาก้าที่มาเปิดขายในบ้านเราเช่นกัน(และเจ๊งไปแล้วเรียบร้อย
ด้วยความห่วยในรสชาดและวัตถุดิบ) คนยืนรอคิวเพียบครับต้องมาจองคิวก่อน
มีกังวลนิดๆว่าจะสั่งอาหารเป็นมั้ย? แต่มาถึงที่แล้วก็ต้องกินละ
เข้ามาในร้านเมนูมีรูปประกอบด้วย ง่ายเลยฮะ
ผมสั่งเป็นเซ็ทอุด้งและเท็มปุระ เจี๊ยบเป็นอุด้งโมจิ ส่วนเป้เป็นอุด้งบ๊วย
เครื่องดื่มเป็นชาเขียวครับ
เค้ามีขนมมาให้ชิมฟรีด้วยแต่เราเก็บใส่กระเป๋าไว้กิน นั่งรอพักใหญ่อาหารก็มา
รสชาดดีทีเดียวผิดกับที่เมืองไทยจม
มีผงชาเขียวมาให้งงว่าไว้กินกับขนมหรือเปล่า
แต่ไม่เห็นน้ำจิ้มเท็มปุระเลยแน่ใจว่าคงเอามากินกับเท็มปุระแน่
พอจิ้มกินก็จริงๆด้วยเป็นผงชาเขียวใส่เกลือครับ เป็นครั้งแรกเลยที่กินแบบนี้
แวะในเซ็ทมีข้าวผัดกับขนมยโยกังด้วย
กินไปซักพักเริ่มตึงๆละ และแน่นอนเป้กินไม่หมดผมรับภาระต่ออีก ตายๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น