วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ภาค 7 : 25 ตค.57 วันที่ 3 เดินดูกีตาร์ที่ชิบูยะ(2)

จากนั้นข้ามสะพานลอยมาที่ร้าน IKEBE เจ้านี้เค้าจะแยกร้านเป็นกลุ่มๆครับ ร้านที่ขายกีตาร์จะแบ่งเกรดด้วย เรามาที่ตึก Ogino Building 2 ก่อนขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดแล้วไล่ดูทีละชั้น แต่ละชั้นขายเครื่องดนตรีแยกประเภทไป


ชั้น 6 เป็นร้าน Bass Collection มีเบสตั้งแต่หัดเล่นยันไฮเอนด์ครับ เข้าไปร้านดูหรูมีคนกำลังลองเบสอยู่ ผมวนเข้าไปดูรอบเดียวเลยออกมา

ชั้น 5 คือร้าน Buyking ตอนลงบันไดมาคนขายที่นั่งด้านในร้านรีบโบกไม้โบกมือเหมือนไม่ให้เข้า เข้ายืนอ่านป้ายด้านหน้าเลยทราบว่าเป็นร้านรับซื้อกีตาร์มือสอง ไม่มีกีตาร์ขายครับ

ชั้น 3-4 คือ ร้าน Wind Bros ขายพวกเครื่องเป่าครับ ชั้นนึงขายแซกโซโฟน อีกชั้นขายเครื่องทองเหลืองอื่นๆ เช่นทรัมเป็ต ฯลฯ

ชั้น 2 เป็นร้าน 246 Guitars 246จริงๆนี่เป็นชื่อถนนเส้นที่ร้านตั้งครับ ร้านนี้จะมีกีตาร์มือสองขาย(คงจะรับกีตาร์มาจากร้าน Buyking นั่นล่ะ) เข้าไปพนักงานกำลังถอดคอกีตาร์ซ่อมพอดี ของก็มีหลากหลายปะปนกันไป ไปเตะตา steinberger guitar ตัวนึงสภาพ 80% ได้ ราคาประมาณ 3 หมื่นบาทไทย บ้านเรามือสอง 5 หมื่นกว่าๆ แต่ดูๆแล้วถ้าเอามามันจะมีอะไหล่หรือเปล่า? เพราะเป็นยี่ห้อที่อะไหล่หายากมากๆ ตัดใจผ่านไป ทั้งตึกนี้ไม่มีอะไรติดมือและไม่อยู่ในความสนใจครับ

ลงมาชั้นล่างเข้ามาซอยด้านในขวามือเราจะเจอร้านอาหาร2-3ร้านเลยครับ และติดกันเราจะเจอร้านดนตรีมีชั้นใต้ดินคือ AMP STATION กับ ชั้น 2 คือ Guitar Station


ก่อนมาร้านนี้ผมทำการบ้านมาจากเมืองไทยแล้วครับว่าเราจะมาซื้ออะไร เมืองไทยมีขายมั้ยราคาเท่าไหร่? ที่ญี่ปุ่นมีขายร้านไหนย่านไหนราคาเป็นยังไง? และอุปกรณ์ที่เราจะซื้อ 2-3 ชิ้นอยู่ที่ Guitar Station ครับ

ถามเป้กับเจี๊ยบจะขึ้นไปด้วยกันมั้ย? ทั้งสองคนบอกเหมือนกันว่านั่งรอข้างล่างดีกว่า เป็นอันว่าผมบุกขึ้นไปคนเดียวละกัน ปี 2008 ที่ผมมาคราวนั้นร้านนี้อยู่ชั้นใต้ดินฝั่งตรงข้ามครับ แล้วก็ย้ายมาตรงนี้ ด้านหน้าร้านมีกีตาร์ GIBSON ES335 สีแดงแขวนโชว์ไว้ ประเด็นสำคัญคือมีลายเซ็นต์ใครบางคนบนกีตาร์พร้อมลงอักขระหลายๆอย่างไว้ พยายามแกะลายมือก็อ่านไม่ออก แต่คิดว่าน่าจะของศิลปินดังมากๆแน่นอน 

เข้ามาด้านในเจอชายหนุ่มคนนึงเป็นพนักงานในร้านครับออก BOYBAND เลยกำลังทำอะไรบางอย่างกับกีตาร์ JAMES TYLER บนโต๊ะเครื่องมือซึ่งอยู่มุมนึงในร้าน (อาจจะ Setup ครับ) ผมเข้าไปกล่าวขออภัยที่มาขัดจังหวะแล้วแจ้งความประสงค์ไปว่าผมต้องการจะซื้อ EFFECT VEMURAM แล้วก็จะหยิบโพยซื้อของที่ใส่ไว้ในเป้ ทันใดนั้นขวดน้ำ POCARIก็หล่นใส่พื้น ตุ๊บบบบ !!! หนุ่มคนนี้ร้องเสียงหลง....โอ้วววว !!! ผมรีบขอโทษขอโพยเก็บขวดขึ้นมา และหยิบโพยออกมาดู

เจ้าหนุ่มพนักงานคนนี้เข้ามายืนติดกับผมและดูโพยพร้อมๆกัน เหมือนเค้าเข้าใจว่าผมต้องการซื้ออะไรบ้าง จัดแจงหยิบของที่ผมต้องการออกมา มีฟุตสวิทช์อยู่ตัวนึงที่เจ้าตัวบอกให้ผมลองไปถามร้าน Amp Station ซึ่งอยู่ด้านล่าง เมื่อของหาได้ครบผมจึงขอลองเสียง เค้าถามผมว่าต้องการลองกับกีตาร์ประเภทไหน? ผมบอก Start (ใจจริงอยากบอกลอง James Tyler แต่อย่าดีกว่า แฮะๆๆ) และเค้าก็หยิบ Fender Customshop Heavy relic ตัวสีดำมาครับ อืมม พอได้อยู่ นั่งลองกับ AMP CARR เสียงนี่แบบอิ่ม กลม ชัดมากๆ ดีดไปได้ 3-4 ทีก็พอ แล้วก็มานั่งคิดเงินกัน

ราคาในเวปมันบอกไว้ราคานึง(จริงๆมี 2 ราคานะครับคือมีแวทกับไม่มี) แต่ตั้งแต่ญี่ปุ่นปรับฐานภาษีใหม่ เราซื้อของต้องจ่ายเงินตามราคาที่รวมแวทแล้ว(ทุกร้านนะครับไม่ใช่แค่ร้านกีตาร์นะ) เจ้าพนักงานคนนี้บอกผมว่าราคานี้ไม่รวมแวทนะแต่จะลดราคาให้เป็นกรณีพิเศษ อืมมมม แบบนี้น่าสนใจหน่อย คิดเงินแล้วราคาถูกกว่าบ้านเราจมแถมเป็นของใหม่ สบายใจๆๆๆ

จ่ายเงินเรียบร้อยก็เอ่ยปากบอกว่า ขอถ่ายรูปกีตาร์ในร้านได้มั้ย? เค้าบอกตามสบายก็เสร็จโจรครับ ถ่ายมาแทบจะทุกซอกทุกมุมเลย
เสร็จแล้วผมก็ชมว่ากีตาร์ในร้านสวยทุกตัวเลย โดยเฉพาะ PRS เค้าก็บอกว่าร้านเราขายกีตาร์ที่เป็นระดับไฮเอนด์จริงๆ เสร็จแล้วผมก็ขอบคุณอีกครั้งและขออนุญาตลา เจ้าหนุ่มเอ่ยว่า “Bye” แต่ผมตอบกลับไปว่า “See you next time.” เค้าอมยิ้มกลับทันที

ลงมาด้านล่างเจอสองคนนั่งจุมปุ๊ก เลยบอกรออีกแป๊บจะไปหาของร้านข้างล่างอีกชิ้น นั่นคือ ร้าน Amp Station 

ผมมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับร้านนี้ในการมาเยือน 2 ครั้งก่อน บริการไม่ดี และกวนๆ มารอบนี้เข้าไปสื่อสารกับคนขายอยู่นาน พูดง่ายๆว่ามันไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย สรุปว่าของที่ผมต้องการไม่มีขายครับเลิกผลิตไป ยังงงๆว่าก่อนมากรูดูในเวปมันก็บอกว่ามีขายที่ร้านนี้นี่หว่า??? เลยต้องบอกลาแล้วออกมาจากร้านด้วยความผิดหวัง ออกมาเจอสองคนที่เดิมแล้วทักว่าไหงออกมาไว? ก็แหงละไม่ได้ของนิ่  เดินไปร้านอื่นๆต่อ
เดินเลยต่อไปอีกช่วงตึกติดกันเป็นร้าน Heartman Vintage Guitar อยู่ฝั่งซ้าย ชั้น B1 ซึ่งเป็นที่ตั้งร้าน Guitar Station เดิม ลงไปเจอพนักงานทำหน้าตาไม่รับแขกออกมาเลยดีกว่า
ฝั่งตรงข้ามนี่เป็น Heartman Guitar อยู่ชั้น 1 กับร้าน WSR ชั้น B1 เข้าไปในร้าน Heartman ขายกีตาร์โปร่งครับมองหาพนักงานรอบร้านไม่เจอเลย อยากลองกีตาร์ Yamaha ก็ไม่มีใครสุดท้ายเลยต้องออกมาครับ
เลาะตึกไปอีกฝั่งเป็นตึกๆนึงเลยชั้น 1 เป็นร้าน Grande ขายกีตาร์วัยรุ่นหน่อยอย่าง ESP และกีตาร์ญี่ปุ่นยี่ห้ออื่น ชั้นคือร้าน Jungle อยู่ B1  เป้กับเจี๊ยบไม่ยอมเข้าไปผมเลยต้องรีบดูอย่างไว ได้เจ้าที่รัดสายแจ็คของโนอาห์อาคส์มา
 ติดๆกันมีร้าน Musicland Key เข้าไปถามของที่ยังไม่ครบ ปรากฎไม่มี แถมหน้าตาไม่ค่อยรับแขก ผ่านนนนน ปัญหานึงที่เจอในวันนี้คือ คนขายญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยไม่ค่อยอยากสนทนาและต้อนรับลูกค้าต่างชาติเท่าไหร่ครับ เซ็งจิต
เดินออกมาออกไปหาจุดหมายต่อไป.....สังเกตสะพานลอยมีลิฟท์ก็รอลิฟท์ครับ

ขึ้นลิฟท์มาแล้วข้ามสะพานลอยมาเพื่อจะไปร้าน TOKYU HANDS กัน...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น